นายอนุวัตร กล่าวว่า “นับตั้งแต่ต้นปี 2020 เราทุกคน ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเป็นมหาวิกฤติที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะจบอย่างไรแน่ และจะต้องเผชิญความท้าทายอะไรอีก ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบาก เราได้เห็นถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ และพลังของการร่วมใจ ทุกๆคน ทุกๆองค์กร ในทุกๆธุรกิจ ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงสมอง และ แรงใจ เพื่อที่จะพาธุรกิจของตน และพาชาติให้ข้ามผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ผลกระทบของเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนโลกของพวกเราไปตลอดกาล แต่ขอให้มองว่า ผลกระทบนั้นไม่ได้มีแค่เชิงลบ ในทุกๆวิกฤติ มีโอกาสใหม่ๆเสมอ เพียงแต่ว่าเราจะมองเห็นมันหรือไม่
มหาวิกฤต Covid-19 ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้
หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอยู่เหนือจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการ lockdown ทั่วโลก ที่ทำให้ทุกคนต้อง work from home, ร้านค้า บริการต้องปิด การค้าขายในรูปแบบเดิมๆต้องหยุดชะงัก, การเดินทางข้ามประเทศต้องหยุดนิ่ง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นศูนย์ ความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตนั้นเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล และ impact ที่ยิ่งใหญ่นี้เอง ที่เป็นตัวจุดประกายในการ “กลายพันธุ์”
ผู้บริโภคคือผู้กลายพันธุ์กลุ่มแรก นับตั้งแต่การใช้ชีวิตไปจนถึงการทำงาน
Digital lifestyle ที่เคยเป็นแค่เทรนด์ใหม่ในกลุ่ม early adopter ก็ถูกนำมาใช้จริงเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ virtual workplace ที่ทุกคนต้องทำงานผ่านระบบ online อย่าง Zoom, Google Hangout, หรือ Microsoft Team จนถึงการ shopping หรือ สั่งอาหาร online ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของทุกคน จะเห็นได้ชัดจากสถิติการใช้งานของ Zoom ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ยอดนิยม ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากยอดการประชุมออนไลน์ 10 ล้านครั้งต่อวันในเดือนธันวาคม 2562 เป็น 300 ล้านครั้งต่อวันในเดือนมีนาคม 2563 โดยมีรายรับรวมสำหรับไตรมาส 2 / 2563 เพิ่มขึ้นถึง 355% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (Source: GlobeNewswire)
และจากสถิติของ Facebook ในรายงาน Digital Consumers of Tomorrow, Here Today ได้ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์โรคระบาดนี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดการกลายพันธุ์ของผู้บริโภค มาเป็น Digital native เต็มตัวภายในปีเดียว ทั้งๆที่เคยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาถึง 5 ปี โดยในเอเชีย จะมีผู้บริโภคที่เป็น Digital consumers ครบ 310 ล้านคน โดยที่เคยคาดการณ์ว่า ตัวเลขนี้จะมาถึงในปี 2025 และในปีทีผ่านมา online retail ในเอเชียตะวันออกกเฉียงใต้ได้มีการขยายตัวสูงมาก ผู้บริโภคไม่ใช่แค่เปลี่ยนที่ช็อบ แต่ยังมีความหลากหลายในการช็อปออนไลน์มากขึ้น มีการเพิ่มของกลุ่มสินค้าใหม่ๆถึง 40% และทีโดดเด่นคือ สินค้า Groceries ที่ผู้บริโภคกว่า 43% เปลี่ยนนิสัยมาซื้อสินค้าเหล่านี้ทางออนไลน์ สิ่งนี้ทำให้ Next normal กลายเป็น now normal