“เนื่องจากการฉลอง 200 ปี จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เป็นแคมเปญทั่วโลก การเปิดตัวแคมเปญ Keep Walking ให้ไกลกว่าเดิม เราจึงยึดธีม The Past for the Future ในไทยเพื่อชี้ให้เห็นว่าแม้จะเป็นแบรนด์ที่อยู่มา 200 ปี แต่ก็มีความร่วมสมัย โดยเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้เราต้องมองกลับไปที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ว่าอะไรที่มีความหมายสำหรับเขา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราจับมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ไทยต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้น อีกทั้งยังเชื่อมโยงคำว่า Keep Walking ให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกัน”
อย่างไรก็ดี สำหรับเป้าหมายสูงสุดในการทำงานระยะยาวนั้น คุณจรินี กล่าวว่า จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ Diageo ซึ่งเราต้องการที่จะก้าวสู่การเป็น The best performing, most trusted and respected consumer products company in the world ดังนั้นนอกเหนือจากการเป็นแบรนด์สก๊อตช์ วิสกี้ที่ขายที่ดีสุดในโลก เรายังดำเนินนโยบายความรับผิดต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมายที่ชัดเจน
“ปีนี้เป็นอีกปีที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกลงมือทำเรื่องความยั่งยืน โดยเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้วยเป้าหมายความยั่งยืนระยะ 10 ปี เพื่อให้อีกทศวรรษต่อจากนี้เป็นทศวรรษแห่งการลงมือทำอย่างแท้จริง ภายใต้แผน SOCIETY 2030: SPIRIT OF PROGRESS” ทั้งนี้แผนดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักใน 3 ด้าน โดยจะดำเนินการผ่านโครงการที่มีอยู่แล้วเพื่อความต่อเนื่องและโครงการใหม่ๆ ที่เข้ากับสังคมในปัจจุบัน ได้แก่
1. การส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบ (Promote Positive Drinking) โครงการหลักที่ช่วยในการส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบในประเทศไทยคือ โครงการ DRINKiQ หรือการเรียนรู้ออนไลน์เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการดื่มอย่างรับผิดชอบ ซึ่งมีทั้งรูปแบบกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการมีส่วนร่วมและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์
2. การเป็นเลิศด้านความหลากหลายและความเสมอภาค (Champion Inclusion & Diversity) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้พนักงานก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ตลอดจนช่วยกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่จะผลักดันให้องค์กรเป็นผู้นำตลาด
3. การเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างความยั่งยืนในทุกขั้นตอนการผลิต (Pioneer from Grain to Glass Sustainability) การนำเข้าสินค้าของดิอาจิโอที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลและปลอดภัยมาจำหน่ายในประเทศไทย สานต่อโครงการรีไซเคิลขวดจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ หลังการบริโภค โดยการนำขวดไปมอบให้กับบริษัท บางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ จำกัด สำหรับใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ เพื่อลดปริมาณขยะและสนับสนุนอุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน
“เราเป็นเบอร์ 1 ก็จริง แต่เราพยายามท้าทายตัวเอง ผู้บริโภค และตลาดอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องสามารถ Disrupt แบรนด์อย่างสร้างสรรค์ ทว่ายังคงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐาน Brand Positioning ที่ได้วางไว้ และที่สำคัญคือต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในรูปแบบ Agility เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าอยู่เสมอ”
ตามแบบฉบับ Keep Walking นั่นเอง