ทั้งนี้ทาง MI ได้ประเมินเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมหลักที่จะช่วยผลักดันเม็ดเงินโฆษณาในปีนี้ 5 อันดับ ได้แก่
กลุ่มยานยนต์ประเภทรถยนต์ ที่แม้ว่ายอดขายและเม็ดเงินโฆษณาในปีที่ผ่านมาจะตกไปมากกว่า 20% แต่ด้วยปัจจัยเรื่องผู้เล่นรายใหม่จากจีน และกระแสรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เข้ามามากขึ้น น่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ทั้งคีย์เพลเยอร์รวมถึงผู้เล่นรายใหม่ๆ ต้องอัดเม็ดเงินโฆษณาอย่างหนัก เพื่อปกป้องและช่วงชิงพื้นที่ชิ้นเค้ก
“อุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งหมด น่าจะโตจาก 5,200 ล้านในปีที่แล้ว อย่างต่ำอยู่ที่ 6,000 ล้าน หรือโตประมาณ 15%”
กลุ่มเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ โดย ภวัต มองว่า กลุ่มที่มีความน่าสนใจและจะใช้เม็ดเงินโฆษณามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลดริงค์ ที่แม้จะมี Spending ไม่มากเท่าเครื่องดื่มในกลุ่มอื่นๆ แต่ก็เป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นเทรนด์ ทั้งยังมีผู้เล่นรายใหญ่ๆ ลงมาทำตลาดอยู่มาก
กลุ่มสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทุ่มด้านการโฆษณาอย่างเห็นได้ชัดในตลอดช่วงที่ผ่านมา กลุ่มสื่อสาร โทรคมนาคมและอุปกรณ์สื่อสาร อีกหนึ่งกลุ่มที่ทาง MI มองว่า จะกลับมาอัดเม็ดเงินโฆษณาคึกคักมากที่สุด สอดรับกับการมาอย่างเต็มรูปแบบของ 5G
“อีกกลุ่มที่น่าสนใจมากและน่าจะกลับมาคึกคักมากๆ เลย คือ เทเลคอมและมือถือ เพราะมีเรื่อง 5G เข้ามา ปีก่อน Spending อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้าน ปีนี้น่าจะโต 5,000 ล้าน หรือขั้นต่ำที่ 10%”
และกลุ่มอีมาร์เก็ตเพลส ที่ต้องบอกเลยว่า สถานการณ์โควิดที่ผ่านไม่สามารถทำอะไรกับอุตสาหกรรมนี้ได้ โดยเราจะเห็นว่า กลุ่มอีมาร์เก็ตเพลสมีการจัดอีเวนท์ในทุกๆ เดือนอยู่แล้ว ด้วยฐานลูกค้าที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็จะยิ่งขับเคลื่อนในเกิดการจัดอีเวนท์ จัดโปรโมชั่นมากขึ้น นั่นหมายความว่า เม็ดเงินด้านโฆษณาจะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ