โดยหอการค้าไทยขานรับแผนเปิดภูเก็ตของรัฐบาลในวันที่ 1 กรกฎาคม ศกนี้ กลุ่มการค้าและบริการขานรับนโยบาย “แซนด์บ็อกซ์ภูเก็ต” เพื่อเป็นต้นแบบการเปิดประเทศ ผ่าน โครงการ “ฮักไทย ฮักภูเก็ต” (Hug Thais Hug Phuket) สำหรับคนไทยและต่างชาติ มากิน เที่ยว และอุดหนุนสินค้าไทยในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการ Work from Phuket สำหรับนักธุรกิจชาวต่างชาติ พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มจากร้านค้า และ บริการต่างๆ เพียงแสดง Vaccine Passport
หากมีการดำเนินการในโครงการ “ฮักไทย” จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าเท่ากับ 4 ล้านล้านบาท โดยคำนวนจากเม็ดเงินหมุนเวียนการบริโภคภาคเอกชนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 5.6 ล้านล้านบาท ในปี 2563
นอกจากนี้ หอการค้าจะเสนอให้ภาครัฐสร้างความมั่นใจให้เกิดการใช้จ่ายด้วยแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง โดยยกระดับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ให้เป็น “ยิ่งใช้ยิ่งได้คืน” โดยให้ลดหย่อนภาษีได้ถึง 100,000 บาท (จากเดิม 30,000 บาท) พร้อมกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรฐานการค้าที่เป็นธรรมเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการพัฒนาภาคการค้าและบริการ โดยเฉพาะทางด้าน Ecommerce เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย
3) แก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก
(Ease of Doing Business) เพื่อช่วยให้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวก จากการที่ หอการค้าไทยได้มีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการปฏิรูปเศรษฐกิจร่วมกับรัฐบาลนั้น เช่น สภาพัฒน์ สสว และกระทรวงต่างๆ โดยได้มีการจัดลำดับทั้งโครงการและกฎหมายที่จะแก้ไขเร่งด่วนแล้ว เพื่อให้ประเทศไทยได้มีการปรับโครงสร้างเพื่อการเติบโตในอนาคต
นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เป้าหมายจะกฎหมาย
ที่ของหอการค้าฯที่เสนอให้ปรับปรุงภายใน 99 วันคือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ของคนเข้าเมืองโดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ การทบทวนการลดหรือเลิกขอใบอนุญาต และการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการที่มีความซ้ำซ้อนในหลายใบอนุญาต รวมถึงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายในลักษณะของกลุ่มธุรกิจ เช่น การท่องเที่ยว หรือ MICE โดยหอการค้าฯจะ Connect หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชนทำงานเป็นทีม เพื่อเชื่อมให้ประเทศไทยพร้อมจะก้าวไปสู่อนาคตได้ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายสนั่น มั่นใจว่า ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 ข้อได้ ภายใน 99 วัน โดย หอการค้าไทยจะนำแนวทางการทำงาน แบบ Connect the dots เชื่อมคนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน ทำงานแบบวัดผลได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดย สร้างความเชื่อมั่น ร่วมกันสร้างสรรค์ และช่วยกันผลักดัน ให้ภารกิจที่วางไว้สามารถสำเร็จได้
ทั้งนี้เพื่อสะท้อนความเห็นที่หลากหลาย เพื่อนำมาต่อยอดการพัฒนาประเทศได้อย่างรอบด้านมากขึ้น หอการค้าไทยนำโดยคุณสนั่นจะมีการเปิดรับฟังความเห็นให้กว้างมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ โดยจะเปิดรายการ Clubhouse ของคนการค้า ในวันอังคารที่ 30 มีนาคม นี้ เวลา 20.00 โดยจะมาร่วมหารือในหัวข้อ รวมพล “คนรุ่นใหม่” ร่วมหอการค้าไทยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ
“หอการค้าไทยเล็งเห็นเสมอว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส หลังจากนี้หอการค้าไทยจะเป็นแกนนำในการ Connect the Dots หารือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยให้กลับมาเข้มแข็งได้โดยเร็ว” นายสนั่น กล่าวทิ้งท้าย