1. ผู้บริโภคกล้าใช้จ่ายมากขึ้นแม้โควิดจะยังอยู่ คนไทยเริ่มผ่อนคลายกับการใช้จ่ายมากขึ้น เห็นได้จากความต้องการใช้จ่ายไปกับการทานอาหารนอกบ้านหรือการซื้อเสื้อผ้าใหม่ การอยู่บ้านมากขึ้นยังทำให้เกิดวิถีใหม่ “สร้างสุขได้เองที่บ้าน” เห็นได้จากความต้องการซื้อสินค้าเครื่องใช้เพื่อความสะดวกสบายในบ้านมากขึ้น ในขณะที่การซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันเริ่มน้อยลงเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน สินค้าและบริการที่ผู้บริโภคอยากซื้อมากที่สุดในเดือนเมษายน 5 อันดับแรก คือ อาหาร ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ภายในบ้าน และเสื้อผ้า อีกทั้งมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย
2. อานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว เทศกาลแห่งความสุขและวันหยุดยาวช่วงหน้าร้อนนี้เป็นตัวขับเคลื่อนการใช้จ่ายเพื่อเตรียมตัวสำหรับการพักผ่อน การรวมญาติ ทั้งยังมีเทศกาลลดราคาต่างๆ มาจูงใจ สัญญาณความสุขนี้ส่งผลต่อระดับความคาดหวังถึงความสุขในอนาคตที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยระดับความสุขในปัจจุบันอยู่ที่ 65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 64 คะแนนในการสำรวจครั้งก่อน ส่วนการคาดการณ์ระดับความสุขใน 3 เดือนข้างหน้า ผู้บริโภคคาดว่าจะมีความสุขเท่ากับตอนนี้ร้อยละ 51 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากการสำรวจครั้งก่อน คาดว่าจะมีความสุขมากขึ้นร้อยละ 43 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และคาดว่าจะมีความสุขน้อยลงร้อยละ 6 ลดลงร้อยละ 4
นางสาววรีมน เบญจพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ และนางสาวดวงแก้ว ไชยสุริวิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายในเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ 56 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 54 คะแนนในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยผู้บริโภคมีความต้องการใช้จ่ายไปกับการซื้อเสื้อผ้า ทานอาหารนอกบ้าน เครื่องใช้ภายในบ้าน รองเท้า-กระเป๋า โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อจำแนกตามภาค พบแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ภาคตะวันออกมีความต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากที่สุดโดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและระยอง จากสินค้ากลุ่มอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน และเสื้อผ้า ซึ่งอาจเป็นผลจากการซื้อทดแทนของที่หมดไปในช่วงล็อคดาวน์ และสำหรับการประกอบอาชีพเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงอีกครั้ง ส่วนกรุงเทพและปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ มีแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายลดลง