ยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวยังไทยเฉลี่ยปีละประมาณ 10 ล้านคนต่อปี ซึ่งประเทศจีนมีนโยบายส่งเสริมให้คนจีนออกท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 150 ล้านคน ทำให้สายการบินทั่วโลกมุ่งเข้าไปจับตลาดจีน สำหรับนกสกู๊ตมีผู้โดยสารเฉลี่ยไตรมาสละ 2.5 แสนคน คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมียอดผู้โดยสารรวม 1 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 95% เป็นผู้โดยสารจากฝั่งจีน ขณะที่คนไทยมีเพียง 5% เท่านั้น จึงอยากเพิ่มสัดส่วนลูกค้าคนไทยให้มากขึ้น
โดยนกสกู๊ตวางแผนจะเจาะตลาดในกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหลัก จึงเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อโปรโมตเส้นทางบินประเทศจีน และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศจีนให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย ด้วยเปิดตัวแคมเปญ “ออซั่ม ไชน่า” (Awesome China) เพื่อแนะนำ 5 แหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้น 5 เมืองสำคัญ ได้แก่ ชิงเต่า นานกิง เทียนจิน เสิ่นหยาง และเมืองต้าเหลียน เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ และค้นพบมุมมองเกี่ยวกับประเทศจีนที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้ นกสกู๊ตพยายามสร้างรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งภายใต้แนวคิด “สกู๊ตติจูด” (Scootitude) สะท้อนภาพผ่านพนักงานกว่า 320 คน ที่มี DNA มาจากสายการบินนกแอร์ และสกู๊ต ทำให้นกสกู๊ตเป็นแบรนด์ที่มีบุคลิก และทัศนคติ รักสนุก สบายๆ และเป็นมิตร ในทุกบริการที่นกสกู๊ตนำเสนอจึงเป็นการมอบประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมความสนุก แตกต่าง และปลอดภัย เพื่อตอบสนองลูกค้า ทั้งคนไทย และต่างชาติ
“ปีนี้แนวโน้มการดำเนินธุรกิจของสายการบินนกสกู๊ตมีทิศทางที่ดีขึ้น และเริ่มมีผลกำไรในช่วงไตรมาส 1 และ 3 ส่งผลให้ปี 2560 มีผลขาดทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะขาดทุนอยู่ราวๆ 50 – 100 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนอยู่ที่ 600 ล้านบาท และ 1,200 ล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 3,900 ล้านบาท”
ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกหลังปลดธงแดง ทั้งในเรื่องของการขยายเส้นทางการบินไปยังประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในประเทศจีน รวมถึงการขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารขึ้นเป็น 2 ล้านคน
ยอดชาย กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ในปี 2561 จะสามารถผลักดันรายได้ของนกสกู๊ตได้ถึงระดับ 10,000 ล้านบาท ที่สำคัญคือการวางเป้าหมายที่ต้องลดผลขาดทุน และหากไม่มีอะไรผิดพลาดนกสกู๊ตเริ่มมีผลกำไรเกิดขึ้นเป็นปีแรก