นักธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ ชี้ดูงานญี่ปุ่นได้ประโยชน์-เตรียมต่อยอดขยายงาน
ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินทุนประเดิม 1,000,000 บาท คือ ทีม SHIPPOP แผนธุรกิจ คือ จัดทำเว็บไซต์ www.shippop.com เป็นระบบจองขนส่งออนไลน์ เปรียบเทียบราคาขนส่ง ชำระค่าขนส่งออนไลน์ สร้างใบปะหน้าพัสดุ และติดตามพัสดุได้จากระบบในที่เดียว ทำให้การจัดส่งพัสดุรวดเร็วและสะดวกขึ้น เพราะมีช่องบริการ Drop-off ที่ไปรษณีย์ทำให้ไม่ต้องเข้าคิว ซึ่งยังมีบริการรับพัสดุถึงบ้าน ช่วยให้การจัดส่งพัสดุง่าย สะดวก และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น สามารถลดเวลาในการจัดส่งพัสดุได้ถึง 60% และต้นทุนการจัดส่งพัสดุ 30%
สุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ จากทีม SHIPPOP กล่าวว่า “เราเป็นบริษัทแรกในประเทศที่รวบรวมขนส่งไว้ในเว็บไซต์เดียว มีระบบการเชื่อมต่อที่ง่ายเพียงเชื่อมต่อ API ที่เดียวสามารถเข้าถึงทุกผู้ให้บริการขนส่ง เชื่อมต่อกับ E-commerce Platform มากที่สุดในประเทศ ให้บริการลูกค้าทุกอย่างฟรี ขณะนี้มีการขยายตลาดโดยจอยท์ เวนเจอร์กับประเทศมาเลเซีย และ สิงคโปร์ และแผนงานในปีหน้าจะขยายตลาดไปกัมพูชา เวียดนาม เรามีเป้าหมายที่จะเป็นที่ 1 ของอาเซียนในธุรกิจนี้ สำหรับการไปดูงานที่ญี่ปุ่นนับเป็นโอกาสดีที่ได้รับจากธนาคารออมสิน และยังเป็นการเพิ่มช่องธุรกิจให้กับบริษัทที่จะขยายตลาดไปประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย”
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินทุนประเดิม 500,000 บาท ทีม Fresh Water Shrimp Farm Ecosystem โมเดลธุรกิจ คือ ระบบกระชังเลี้ยงกุ้งและบำบัดน้ำแบบประหยัดพลังงาน ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ติดตามและบำรุงรักษา ระบบกระชังเลี้ยงกุ้งและบำบัดน้ำแบบประหยัดพลังงาน ด้วยเทคโนโลยีเดียวกับระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ซึ่งผ่านการทดลองเป็นผลสำเร็จแล้ว มีกลุ่มเป้าหมายคือ บ่อกุ้งเลี้ยงแบบธรรมชาติ
นาฏอนงค์ วิมุกตะนันทน์ ทีม Fresh Water Shrimp Farm Ecosystem กล่าวว่า ได้นำเงินทุนประเดิมไปทำ prototype ระบบและอุปกรณ์ทดลองการเก็บค่าน้ำ และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสร้างกระชังที่บ่อกุ้งที่ ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ของเกษตรกรที่ได้เจรจาร่วมโครงการ ซึ่งจะมีเวลาในการทดสอบ 2 cycle หรือประมาณ 8 เดือน เพื่อนำผลที่ได้รับไปใช้สำหรับขยายโครงการต่อไป
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินทุนประเดิม 200,000 บาท ทีม “จับจ่าย ฟอร์ สคูล” โมเดลธุรกิจ คือระบบการจัดการที่ช่วยแก้ปัญหาของระบบการศึกษาไทยได้อย่างตรงจุดและครอบคลุม ลดภาระการทำงานของครู เพื่อให้มีเวลาไปเพิ่มศักยภาพการสอนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงผู้บริหารสามารถดูสถิติภาพรวมของโรงเรียนได้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาโรงเรียน และยังเชื่อมต่อให้ผู้ปกครองติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของบุตรหลาน รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของโรงเรียน ทำให้สังคมของโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ด้วยการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่าน Mobile Application
นรินทร์ คูรานา เจ้าของระบบ จับจ่าย ฟอร์ สคูล กล่าวว่า“เราเป็นระบบเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก Microsoft Azure จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยและความเสถียร อีกทั้ง ณ ปัจจุบันยังมีโรงเรียนต้นแบบทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยระบบได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการทำงานของครูได้มากกว่า 200% และผู้ปกครองสามารถทราบความคืบหน้าของบุตรหลานได้แบบ Real Time ในอนาคตตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนโรงเรียนเข้าระบบให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ”
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตามความเคลื่อนไหว ได้ที่ www.gsb100tomillion.com หรือ www.facebook.com/gsb100tomillion