เพื่อรับประกันว่าจะมีทรัพยากรเพียงพอให้เวียตเจ็ทกลับมาผงาดอย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ผู้ถือหุ้นตกลงให้คณะกรรมการบริหาร (BOD) ตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการระดมทุนก่อตั้งผ่านการจัดสรรหุ้นในวงจำกัด สูงสุด 15% ของทุนก่อตั้ง คณะกรรมการบริหาร (BOD) ยังจะพิจารณาการออกตราสารหนี้ระหว่างประเทศเป็นเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเสนอขายในปี 2564 – 2565 เพื่อให้เวียตเจ็ทสามารถปรับปรุงสถานภาพทางการเงินและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ผู้ถือหุ้นยังได้ผ่านมติแผนการเสนอขายหลักทรัพย์แก่พนักงาน (ESOP) เพื่อออกหุ้นกว่า10ล้านหุ้นโดยคาดว่าจะมีส่วนช่วยเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมเสริมสร้างพลังใจในการทำงานและการรักษาไว้ซึ่งพนักงานอันจะส่งผลต่อการพัฒนาของเวียตเจ็ทในอนาคต
ระหว่างการประชุมนายติ่น เวียต ถัง อธิบดีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศเวียดนาม กล่าวเน้นย้ำถึงความทุ่มเทของเวียตเจ็ทในการพยายามขจัดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจระหว่างช่วงการระบาดของโรคไวรัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19อย่างเคร่งครัดโดยเวียตเจ็ทได้กระตือรือร้นมีส่วนร่วมอย่างมากในโครงการต่างๆของรัฐบาลรวมถึงการนำชาวเวียดนามที่ติดค้างยังต่างประเทศกลับสู่ประเทศเวียดนามและการขนส่งอุปกรณ์ป้องกันโรคไวรัสทางอากาศ
นายเล แอง ต๋วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมของเวียดนาม ยังได้กล่าวชื่นชมเวียตเจ็ทในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศในเวียดนาม
“กระทรวงคมนาคมมีความซาบซึ้งอย่างมากต่อวิธีการจัดการที่มีพลังและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเวียตเจ็ท ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 เวียตเจ็ทเป็นสายการบินที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในแง่ของผลการดำเนินงาน อ้างอิงจากผลกำไรของเวียตเจ็ทในปี 2562 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน เราเชื่อว่าเวียตเจ็ทจะยังคงสามารถดำเนินงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้กระทั่งการสิ้นสุดของการระบาดของเชื้อไวรัส” นายเล แอง ต๋วน กล่าว
เมื่อพิจารณาถึงการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโควิด-19ในเวียดนามเมื่อเร็วๆนี้ประกอบกับสัญญาณบวกของอุตสาหกรรมการบินในสหรัฐอเมริกาและยุโรปผู้ถือหุ้นได้แสดงความเชื่อมั่นในแนวทางและทิศทางการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร (BOD) ความมุ่งมั่นของคณะผู้บริหาร (BOM)รวมถึงความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของพนักงานทุกคน คณะกรรมการบริหารได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเวียตเจ็ทก้าวผ่านวิกฤติการณ์การระบาดของโรคไวรัสและมุ่งพัฒนานวัตกรรมสำหรับธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งมีประสิทธิภาพและยั่งยืนให้สอดคล้องกับอัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของเวียดนามที่ได้รับการคาดการณ์ถึง6.7%และสภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว
อ้างอิงจากรายงานงบการเงินประจำปี2563บริษัทแม่ของเวียตเจ็ทมีรายได้ที่ได้รับการตรวจสอบประจำปี2563อยู่ที่656ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยธุรกิจการขนส่งทางอากาศขาดทุน62.7ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าขณะที่รายได้รวมและกำไรหลังภาษีที่ได้รับการตรวจสอบแล้วอยู่ที่787ล้านดอลลาร์สหรัฐและ2.9ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับเวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่สายการบินในโลกที่ยังคงประคองธุรกิจหลักให้ไปต่อได้ทั้งยังทำกำไรในปี2563
ทรัพย์สินรวมของเวียตเจ็ทมีมูลค่าถึง1.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขณะที่ส่วนของเจ้าของมีมูลค่าอยู่ที่751.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยรวมถึงหุ้นทุนซื้อคืนด้วยทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่0.66 ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราต่ำขณะที่อัตราส่วนวัดสภาพคล่องอยู่ที่1.28 คงเดิมนับว่าเป็นอัตราส่วนที่ยอดเยี่ยมในอุตสาหกรรมการบิน
ในปี 2563 เวียตเจ็ทได้เปิดเส้นทางบินใหม่ภายในประเทศเวียดนามถึง 8 เส้นทาง ให้บริการผู้โดยสารกว่า 15 ล้านคน บน 79,000 เที่ยวบิน รวมชั่วโมงบินทั้งสิ้นกว่า 120,000 ชั่วโมง ทั้งยังได้รายงานอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเกิน 80% อัตราเที่ยวบินตรงเวลา 90% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกนอกจากนี้อัตราความน่าเชื่อถือทางเทคนิคของเวียตเจ็ทยังสูงถึง 99.64% โดยได้รับการจัดอันดับด้านความปลอดภัยในระดับ 7 ดาวซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดทั้งยังได้รับการจัดอันดับจากแอร์ไลน์เรตติ้งส์ (Airlineratings) ให้อยู่ใน 10 อันดับสายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลกประจำปี 2563
เวียตเจ็ทเป็นสายการบินแห่งแรกของเวียดนามที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการขนส่งสินค้าในห้องโดยสาร (CIPC) โดยได้ขนส่งสินค้าไปแล้วทั่วโลกกว่า 60,000 ตัน รวมทั้งสิ้นเกือบ 1,200 เที่ยวบินในปี 2563 โดยได้ดำเนินการขนส่งสินค้าทางอากาศอย่างยอดเยี่ยม กระทั่งได้รับรางวัล “ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าใต้ท้องเครื่องแห่งปี” และรางวัล “สายการบินโลว์คอสต์แห่งปี” จากนิตยสารเพย์โหลด เอเชีย (Payload Asia) ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำระดับนานาชาติในวงการการขนส่งสินค้า
นอกจากนี้ ในปี 2563 เวียตเจ็ทยังได้เปิดตัวศูนย์บริการภาคพื้นเวียตเจ็ท (Vietjet Ground Services Center:VJGS) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (ฮานอย) ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการจัดการต้นทุนของสายการบินฯ ทั้งยังช่วยปรับปรุงการรับรู้แบรนด์และคุณภาพการให้บริการของสายการบินฯ ให้ดีขึ้น
สถาบันฝึกอบรมการบินเวียตเจ็ท (Vietjet Aviation Academy: VJAA) ยังคงเปิดทำการตลอดปี 2563 ได้ฝึกอบรมพนักงานจากทุกภาคส่วนแล้วกว่า 47,386 ชั่วโมง ซึ่งในจำนวนนี้ มีไม่น้อยที่ทำการอบรมผ่านระบบออนไลน์ตามมาตรการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล
เวียตเจ็ทยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อการกุศล ซึ่งรวมไปถึงการจัดเที่ยวบินนำชาวเวียดนามที่ติดค้างในต่างประเทศกลับสู่ประเทศเวียดนาม และการจัดเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุใต้ฝุ่นในตอนกลางของเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีการแจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนชาวฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเวียตเจ็ทในการตอบแทนสังคมและส่งต่อความปรารถนาดีทั้งต่อชาวเวียดนามเองและต่อประชาคมโลก