ว่ากันว่า บางครั้งเทคโนโลยีกับนวัตกรรมมักจะมาควบคู่กันเสมอ โดยเฉพาะกับในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่กำลังหมุนเข้าสู่ยุคของ Omni Channel ที่ช่องทางขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ต่างผสมกลมกลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแบบแยกไม่ออก
ไม่ว่าจะอาชีพใดก็ตาม การก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะย่อมช่วยให้เกิดความทันสมัยและสามารถพัฒนาศักยภาพของผลงานที่ออกมาให้ดีขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การนำเสนอเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดค้าปลีกนั้นต้องมาอย่างถูกที่และถูกเวลา เพราะหากมาก่อนเวลา ความพร้อมของลูกค้า ตลอดจนเม็ดเงินในการลงทุนจะมีออกมาค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้เงินกับการลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีจำนวนมากในฐานะของการเป็น Early Adopters
กลุ่มเดอะมอลล์ คือภาพสะท้อนของการทำในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะการประกาศโรดแมพแผนยุทธศาสตร์ Digital Commerce Retail ในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นจังหวะที่ลงตัวทั้งในแง่ของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค
ภายใต้โรดแมพดังกล่าว เป็นการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล 5.0 ที่มีการนำ AI-Analytics ขั้นสูงมาใช้ในโลกรีเทลเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อพัฒนาช่องทางการตลาดแบบบูรณาการ Omni Channel Retail อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านโมเดลธุรกิจ O2O ที่ผสานจุดเด่นของ Offline Retail ในฐานะผู้นำศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าระดับเวิลด์คลาส กับแพลตฟอร์ม Online เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience)
ว่าไปแล้ว การเปิดยุทธศาสตร์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มธุรกิจของเดอะมอลล์ กรุ๊ป สู่ Omni Channel อย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจรีเทลที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากศักยภาพความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เป็น 5 Core Values & Strength จุดแข็งที่โดดเด่นและแตกต่างคือ
1. Complete Product Portfolio ความครบสมบูรณ์ของสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่น
2. O2O Seamless Experience ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ Offline to Online รวมทั้ง Social Media ผ่าน Chat & Shop
3. Extraordinary Immersive Experience ช้อปปิ้งแบบพิเศษสุดทั้งในเรื่องเอ็กซ์คลูซีฟโปรโมชั่นแคมเปญ และสนุกไปกับประสบการณ์ Shopper-tainment ตลอดจน Pop Up Events ต่างๆ
4. Loyalty Program & Partner Privileges ลอยัลตี้โปรแกรมพิเศษเฉพาะของสมาชิกบัตร M Card กว่า 4.5 ล้านคน รวมทั้งการผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจต่างๆ มอบสิทธิพิเศษ และสิทธิประโยชน์มากมาย
5. Personalization & Customization, LIifestyle Iinspired Contents & Community Engagement การสร้างคอมมูนิตี้ผ่านคอนเทนต์และอีเวนท์ที่โดนใจ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เชื่อมโยงทั้ง Online-Offline แบบไร้รอยต่อ
ทั้ง 5 จุดแข็งนี้คือหัวใจของรีเทลของโลกแห่งอนาคตที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีศักยภาพความพร้อมในเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างนี้อย่างแท้จริง
คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกกับเราว่า ด้วยการที่กลุ่มเดอะมอลล์ มีทั้ง Physical Store และ Digital Store ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมการ ช้อปของคนไทย จริงๆ แล้วลูกค้าไม่ได้เลือกว่าเป็นลูกค้าออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่มองว่า จะสะดวกแบบไหน หรือช่วงเวลาไหนที่อยากจะช้อปมากกว่า
“ไลฟ์สไตล์ของคนไทยในการช้อปปิ้งวันนี้มันผสมผสาน ไม่มีอะไรชัดเจนเป็นแบบใดแบบหนึ่ง พอเรามีทั้ง 2 อย่าง ก็ทำให้เราเห็นลูกค้าได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะซื้อออฟไลน์หรือออนไลน์ ทำให้เราเห็นภาพของลูกค้าเป็นภาพรวมแบบ 360 องศาได้ดีกว่า สิ่งที่จะตามมาก็คือความเข้าใจในตัวลูกค้า รู้ว่าจะตอบโจทย์อย่างไรให้ตรงกับใจของพวกเขา”
เมื่อได้จุดลงตัวในเรื่องดังกล่าวแล้ว กลุ่มเดอะมอลล์ นำมาเป็นตัวกำหนดเป็นกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลักๆ ไล่ตั้งแต่
1. Customer Focus หรือ Customer Centric ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง โดยเอาโจทย์ที่เป็นความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง
2. มองเรื่องของการ Relevance หรือความเกี่ยวข้องกับพวกเขา ซึ่งในที่นี้จะเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย หรือทำให้การช้อปปิ้งของพวกเขาง่ายขึ้น
3. ทำอย่างไรให้ทัชพ้อยท์ทั้งหมดมันดู Seamless เหมือนกับว่าลูกค้าจะคุยมุมไหนก็เป็นเดอะมอลล์เหมือนกันทั้งหมด
“พอเรามีทั้ง 3 ข้อแล้ว เราสามารถทำ Personalization ได้ ซึ่งในอดีต ลูกค้ามาที่ร้าน เราจะรู้ว่าคือใคร ชอบกินอะไร ซื้ออะไร มาเวลาไหน แต่วันนี้ให้ระบบช่วยจำ ทุกคนต้องอยู่ในอีโคซิสเต็มเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า เมื่อเดินเข้ามาแล้วมันมีความสะดวกสบาย จบในทุกเรื่องได้ และสุดท้ายจะทำให้เขารู้สึกว่า เราเป็นบ้านหลังที่ 3 ต่อจากที่บ้านและที่ทำงานของพวกเขา”