“ดิลิเวอรี่จะเติบโตอย่างมากต่อจากนี้ โดยเป็นการโตได้มากเป็นเท่าตัว ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการปรับตัว และการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ เช่น Fantastic 4 การสั่งอาหารที่ทำได้ครบจบในแอปเดียวแบบ 4 in 1 โดยสามารถเลือกช้อปสุดยอด 50 เมนูฮอตจาก 4 ร้านดัง อร่อยดี, Tokyo Bowl รวมเมนูเด็ดข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่น, เจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ และเจ๊เกียงหมูทอด ข้าวเหนียวนุ่มได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว”
ส่วนการบริหารพื้นที่ขายในร้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น จะมีการทำ Asset Utilization เพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ จากเดิมที่ร้านแต่ละสาขามีพื้นที่ให้นั่งทานในร้าน เมื่อติดล็อกดาวน์ไม่สามารถนั่งทานในร้านได้ ก็มีการนำพื้นที่ในส่วนดังกล่าวมาให้แบรนด์อื่นๆ เข้ามาแชร์พื้นที่ในร้าน หรืออาจจะนำพื้นที่บางส่วนไปทำเป็นพื้นที่จัดเตรียมอาหาร เพื่อทำให้การบริการพื้นที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
เช่นเดียวกับเรื่องของการบริหารจัดการคนที่ต้องทำให้เป็น Multi Function Skill ที่พร้อมจะทำงานได้ทุกรูปแบบ อย่างพนักงานต้อนรับ หรือพนักงานเสิร์ฟที่เมื่อร้านไม่สามารถเปิดได้ อาจจะเข้าไปช่วยงานในครัว รวมถึงมีโอกาสในการพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นเชฟในอนาคตอีกด้วย
“เราจะให้ความสำคัญกับการใช้ดาต้าเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำตลาด จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าคนที่สั่งดิลิเวอรี่80% จะเป็นผู้หญิง โดยเราจะนำข้อมูลที่ได้มาเข้ามาเป็นตัวช่วยในการพัฒนารูปแบบการทำตลาด ตลอดจนพัฒนาเมนูให้ตรงกับความต้องการของพวกเขา ส่วนการสื่อสารแบรนด์ เราจะเน้นไปที่ออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคคนรุ่นใหม่ รับรู้จากสื่อออนไลน์ ดังนั้นการสื่อสารเมนูใหม่ๆ ผ่าน KOLs, Food Influencer มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง”