อารยา เอ ฮาร์เก็ต ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เค โอ แอล แมนเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า สื่อโซเชียลมีความพิเศษมากกว่าสื่ออื่นที่มีอยู่ในขณะนี้ ตรงที่สามารถสื่อสารได้หลากหลายช่องทาง เลือกตามความเหมาะสม จำกัดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทำให้เชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้จะเติบโตอย่างมากทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริง อัตราการเติบโตของธุรกิจนี้จะเป็นตัวเลขถึงสองหลักต่อปี เนื่องจากผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีการใช้สมาร์ทโฟน ในการหาข้อมูลสินค้าเพิ่มขึ้น มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกจะมีจำนวนสูงกว่า 5 พันล้านคนก่อนปี 2562 จาก 2.1 พันล้านคนในปี 2559 จากการคาดการณ์ของเว็บไซต์ www.statista.com จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยในปี 2560 มีมากถึง 24.14 ล้านคน โดยประมาณ
"คอนเทนต์ดีๆ จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเมื่อมีการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น" อาลี ซีอานีกล่าว "มีผลสำรวจว่า บริษัทที่มีการเขียนบล็อกประจำ แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็สามารถมีจำนวนลูกค้ามากกว่าบริษัทที่ไม่มีการเขียนบล็อกถึงร้อยละ 70 โดยบริษัทที่เขียนบล็อกเดือนละครั้งจะมีจำนวนลูกค้ามากกว่าถึงร้อยละ 33"
การบริการของเค โอ แอล แมนเนจเมนท์เริ่มตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การหาเซเลบริตี้หรือบุคคลมีชื่อเสียงที่ตอบโจทย์ ไปจนถึงการวางแผนการสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคผ่านบุคคลที่น่าเชื่อถือและส่งผลต่อความคิดของผู้บริโภค ผ่านวิธีการสื่อสารที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตามไลฟ์สไตล์ที่เข้ากับแบรนด์ โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ Entertainment, Lifestyle, Fashion, Health และ Commercial ซึ่งแต่ละประเภทจะมีการสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสมและสะท้อนผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีภาพลักษณ์ส่งเสริมและสอดคล้องกับแต่ละแบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดย เค โอ แอล แมนเนจเมนท์ มีสมาชิกที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์คนดัง อาทิ “กาละแมร์” พัชรศรี เบญจมาศ, “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์, “มิ้นต์” ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, หลุยส์ สก๊อต, แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด, “พลอย” ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, “ก็อต” จิรายุ ตันตระกูล ฯลฯ
อาลี ซีอานี กล่าวเสริมว่าด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปโดยมีการติดตามข่าวสารจากสื่อออนไลน์โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ทำให้แนวโน้มธุรกิจนี้สดใสมาก โดยในปี 2559 มูลค่าการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์สูงถึง 1.73 พันล้านบาท และในจำนวนนี้มูลค่าการโฆษณาผ่าน ยูทูปอินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก (YouTube, Instagram and Facebook) สูงถึง 9.9 พันล้านบาท
"แน่นอนว่าตลาดนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่การสร้างคอนเทนต์ดีๆ ให้คนติดตามได้มากๆ ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเราก็ต้องประสบผลสำเร็จ เพราะเรามีการออกแบบคอนเทนต์เหล่านั้นเพื่อเป้าหมายของลูกค้าเป็นหลัก"