โดยทิศทางการขยายธุรกิจของ Zen Group ในช่วง 1-2 ปีจากนี้ บริษัทจะเน้นในส่วนแฟรนไชส์และรีเทลมากขึ้น โดยมีตำมั่วและเขียงเป็นแบรนด์หัวหอกในการทำตลาด เรียกได้ว่า Zen Group จะปรับตัวจากการเป็นธุรกิจร้านอาหาร (Restaurant Service) เป็นธุรกิจบริการอาหาร (Food Service) รวมถึงการขยายธุรกิจรีเทลที่เป็นการจำหน่ายอาหารและส่วนประกอบในการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลาร้า หรือผงปรุงรสต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่สามารถไปต่อได้ แม้อยู่ในวิกฤตโรคระบาดหรือภาวะล็อกดาวน์
“แบรนด์ของ Zen Group ที่แทบไม่เจออุปสรรคเลยในช่วงโควิด-19 คือเขียง ซึ่งต่อจากนี้เราก็จะขยายไปในทำเลต่างๆ มากขึ้น โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่มีศูนย์กลางอยู่ในห้างมาเป็นทำเลนอกห้างในลักษณะ Stand Alone ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำให้เราสามารถปรับรูปแบบไปสู่การทำครัวกลางขนาดเล็ก (Delco) หรือระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ที่จะตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์ ดิลิเวอรี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ”
ปัจจุบันเขียงมีเมนูประมาณ 20 เมนู โดยสินค้าขายดีคือกะเพราหมูสับและกะเพราไก่ และมีรายจ่ายต่อบิลอยู่ที่ 150 - 170 บาท โดยสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ รวมจำนวนกว่า 100 สาขา ภายในระเวลาเพียง 3 ปี โดยปีหน้า บริษัทจะเพิ่ม Sub-Brand คือเขียงแกงใต้ และตั้งเป้าขยายเป็น 200 สาขา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
“ถ้าพูดถึงอาหารไทย หนึ่งในอาหารที่มีเสน่ห์และรสชาติเป็นเอกลักษณ์คือข้าวแกงใต้ ซึ่งเราก็กำลังจะเปิดตัว Flagship Model เขียงแกงใต้ ที่ปั๊มปตท. เมืองทองธานี ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ที่เปิดในรูปแบบ Pop-up Store มาแล้วกว่า 2 เดือน”
ในส่วนของแบรนด์ตำมั่วนั้น มีเมนูหลากหลายกว่า 50 เมนู โดยสินค้ายอดนิยมคือส้มตำ และมีรายจ่ายต่อบิลอยู่ที่ 450-500 บาท โดยหลังจากนี้ Zen Group วางแผนจะขยายร้านตำมั่วในทำเลนอกห้างและปรับขนาดร้านให้เล็กลง เพื่อความสะดวกในการขายแบบ ดิลิเวอรี่และเงินลงทุนที่ลดลง โดยเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย บริษัทจะทำการขยายแฟรนไชส์ในต่างประเทศมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ใน 3 ประเทศ คือ เมียนมา ลาว และกัมพูชา
“ตอนเริ่มทำแบรนด์ตำมั่ว ตอนนั้นยังแทบไม่มีคำว่าดิลิเวอรี่ แต่ตอนนี้ตำมั่วมีสัดส่วนดิลิเวอรี่อยู่ที่ 15% ส่วนเขียงเป็นแบรนด์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ดิลิเวอรี่เลย จึงเป็นที่มาของโลเกชั่นที่เอื้อให้ไรเดอร์มาจอดรถหน้าร้านได้และใช้เวลาซื้อไม่เกินครึ่งชั่วโมง แล้วแพ็กเกจจิ้งเราก็ออกแบบมาเพื่อให้ถือไปทานที่ไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นสัดส่วน 50% ของรายได้เขียงจะมาจากดิลิเวอรี่”
สำหรับธุรกิจรีเทล Zen Group มีสินค้าหลายประเภทที่ต่อยอดมาจากวัตถุดิบที่จัดส่งให้แฟรนไชส์ซี (ผู้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ) โดยในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายวัตถุดิบเติบโตกว่า 100% เรียกได้ว่าทำให้ Zen Group มีช่องทางรายได้ที่หลากหลาย และถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจสำคัญของบริษัท
“การเปลี่ยนวัตถุดิบของร้านอาหารมาเป็นสินค้า เป็น 2 ขาธุรกิจที่เอื้อประโยชน์กันและกัน ที่สำคัญยังเป็นการลดความเสี่ยงในเรื่องวัตถุดิบ อย่างปลาร้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของตำมั่ว เราก็มีปลาร้าที่ได้มาตรฐานที่โรงงานของเรา และตอนนี้ก็มีการเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อส่งไปขายใน Modern Trade ทั้งบิ๊กซี โลตัสส์ ซีเจ และส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย”
“นี่คือบทเรียนจากโควิด-19 เพราะเราได้รู้ว่า Zen Group ทำธุรกิจได้หลายอย่าง แต่เราจะไม่ทำสินค้าที่เป็นแฟชั่น เราจะทำสิ่งที่เราถนัดคือเรื่องของรสชาติ เรื่องของอาหาร และสิ่งนั้นจะต้องมีความยั่งยืนด้วย อย่างเรื่องวัตถุดิบของอาหารไทย เราเชื่อว่าคนไทยกับปลาร้าหรือน้ำพริกเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้อยู่แล้ว”