ในวันที่มาตรฐานความยั่งยืนถูกยกระดับจาก "ทางเลือก" กลายมาเป็น "ความอยู่รอด" ของภาคอุตสาหกรรมไทย การเคลื่อนไหวล่าสุดของ "น้ำมันพืชกุ๊ก" หลังได้รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คือการประกาศปักธงรบในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเต็มตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ระดับตำนานรายนี้กำลังเร่งสปีดเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการบริโภคที่ยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการขยับตัวครั้งนี้อยู่ที่พันธกิจในการเชื่อมโยง "กระบวนการผลิต" และ "ความรับผิดชอบ" เข้าด้วยกัน ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับปรุงการทำงานและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฉลากคาร์บอนที่ปรากฏบนขวดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บอกเล่าการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังทำหน้าที่เป็น "แต้มต่อ" หรือ Competitive Advantage ที่สื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภคบนชั้นวางสินค้า ส่งผลให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูทันสมัยและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว (Long-term Credibility) ในฐานะผู้นำที่กล้าเปลี่ยนผ่านจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป สู่การเป็นแบรนด์ที่มีจุดยืนเพื่อโลก
อดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีพันธกิจ “ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” ด้วยการกำหนดการดำเนินการในด้านต่างๆ ประกอบด้วย การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงาน กระบวนการผลิต และทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของการรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร
“บริษัทฯ ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง (GREEN BUSINESS ROAD MAP) โดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณของการใช้ทรัพยากร ปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น และผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อโลก และระบบนิเวศ ตามหลักการ Life Cycle Assessment (LCA) ตลอดจนการส่งเสริม BCG Model เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำใน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) ก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าอย่างสมดุลต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม”
ในท้ายที่สุด การได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในเชิงสถิติ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ฝังอยู่ใน DNA ของน้ำมันพืชกุ๊ก เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนสำคัญในการพาประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050
หมุดหมายดังกล่าวเปรียบเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลก เพราะในระยะยาว แบรนด์ที่สามารถรักษาความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะในใจผู้บริโภคได้อย่างถาวร การขยับตัวของ "กุ๊ก" ในวันนี้จึงเป็นการลงทุนกับความเชื่อมั่นที่จะส่งผลลัพธ์คุ้มค่าต่อทั้งแบรนด์ สังคม และโลกในอนาคต