ตลอดระยะเวลาการเปิดดำเนินการโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ได้รับการสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล บุคคลากรการแพทย์จากโรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก, โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ และโรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์นับร้อยชีวิต รวมถึงทีมจิตอาสาพันธมิตรอีกกว่า 50 คน
ระยะหลังเมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้น ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ยังได้ออกตรวจเชิงรุกเพื่อให้การดูแลรักษาและแนะนำประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขตบางนา สวนหลวง พระโขนง วัฒนา และยังได้ขยายไปยังพื้นที่อำเภอบางพลี บางบ่อ บางเสาธง และอำเภอเมืองสมุทรปราการ ตามลำดับ
นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ Chief Performance Coach, Risk and Quality Officer บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ กล่าวว่า ภารกิจตลอดในช่วง 3 เดือน นับว่าเป็นความท้าทายในการดูแลรักษา แต่ที่สุดแล้วก็ดำเนินการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งภายหลังการปิดโรงพยาบาลสนาม ผู้ป่วยที่เหลือราว 30 คนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ต่อไป ทั้งนี้แม้โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจจะยุติลงไป แต่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังดำเนินอยู่ จึงแนะนำให้ทุกคนยังคงปฏิบัติตัวตามมาตรการสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด
วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ตัวแทนกลุ่มองค์กรผู้ก่อตั้ง "โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ" กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น เป็นการพิสูจน์ได้อย่างดีอีกครั้งว่าเมื่อยามวิกฤต คนไทยก็จะจับมือกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรวมถึงช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทำให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติไปได้ ถึงแม้ว่าภารกิจของโรงพยาบาลสนามจะสิ้นสุดลง แต่เราก็ยังคงมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนสังคมในด้านอื่นๆ ต่อไป