นอกจากนี้ ปัจจัยด้านอุปทานที่ส่งผลถึงราคาน้ำมันยังรวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อให้ตลาดเข้าสู่ภาวะสมดุลตามข้อตกลงของกลุ่มผู้ผลิต OPEC และ Non-OPEC การที่สหรัฐกลับมาผลิต Shale Oil เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ทำให้ภาคการผลิตน้ำมันขยายตัวด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสถานการณ์น้ำมันดิบของโลกในปี 2561 ยังมีความผันผวนโดยคาดหมายว่าราคาน้ำมันจะปรับอยู่ในระดับ 52-57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล นโยบายการเมือง เศรษฐกิจในซีกโลกตะวันออกและตะวันตก รวมถึงทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะเน้นการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น
ที่มา: ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันของกลุ่ม ปตท. (PRISM) ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย