การทำงานในสภาพแวดล้อมในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 นั้น แน่นอนว่ามีข้อจำกัดที่แต่ละองค์กรไม่สามารถงัดกลยุทธ์ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เอเซอร์เองก็เช่นเดียวกันแต่ความสามารถในการปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์มุ่งสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ ทำให้เอเซอร์ยังคงความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค จากผลสำรวจ 2022 Thailand’s Most Admired Brand มากกว่านั้นยังคงครองแชมป์ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในฐานะแบรนด์คอมพิวเตอร์พกพาที่คนทั่วประเทศชื่นชอบและอ้างถึงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 จากผลสำรวจ 2022 Thailand’s Most Admired Brand
คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จอันยาวนานนี้ ล้วนมาจากการศึกษาติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค นอกจากการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเพราะไม่เพียงแต่ตลาดโน้ตบุ๊คเท่านั้น ในปีที่ผ่านมายังเป็นปีแรกที่เอเซอร์ใช้แบรนด์และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งของตัวเองบุกตลาด Non-IT อย่างเป็นทางการ
“ปัจจุบันแบรนด์พรีเดเตอร์เป็นที่ยอมรับสำหรับเกมเมอร์ สตรีมเมอร์ รวมถึงกลุ่มคนทำงานที่ใช้งานพรีเดเตอร์ในการทำงานด้านต่างๆ เราจึงศึกษาติดตามพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคจนมองเห็น Value และ Volume ของเซ็กเม้นต์ Gaming e-Sport ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เอเซอร์ได้มองเห็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตหน้าจอที่มากขึ้นของผู้คน จึงตัดสินใจก้าวสู่ตลาด Non-IT โดยเริ่มจากธุรกิจเครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ ดริงค์ เป็นตัวแรกภายใต้แบรนด์ PredatorShot”
เหตุผลของการบุกตลาดเอนเนอร์จี้ ดริงค์ มาจากหลักการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกมเมอร์ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่แข็งแรงของเอเซอร์ และสร้างแบรนด์ PredatorShot พ่วงไปกับโน้ตบุ๊คที่พรีเดเตอร์เป็นสปอนเซอร์ร่วมกับสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนวงการอีสปอร์ตจนถึงปัจจุบัน แบรนด์ที่จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีนั้น นอกจากการทำตลาดมาอย่างยาวนานต้องปรับตัวให้ทัน เข้าให้ถึงลูกค้าทุกกลุ่ม การเพิ่มแบรนด์เอนเกจเม้นต์ด้วยสินค้า Non-IT ก็สามารถซื้อ PredatorShot ดื่ม และเข้าถึงแบรนด์ได้
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเข้าใจในการเลือกใช้สินค้ามากขึ้น ชื่อแบรนด์ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคยึดติดเหมือนในอดีต แม้ว่าแบรนด์จะแข็งแรงก็ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะอยู่กับเราตลอดไป เอเซอร์จึงให้ความสำคัญกับเรื่องบริการหลังการขาย ไม่น้อยไปกว่าคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์เพราะเอเซอร์เชื่อว่าบริการหลังการขายคือทัชพ้อยท์สำคัญที่จะทำให้แบรนด์เข้าถึง เข้าใจ และสามารถรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เราจึงให้ความสำคัญและเลือกที่จะดูแลศูนย์บริการทั่วประเทศทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยศูนย์บริการที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่หมายถึงบริการหลังการขาย ทีมงาน ทีมช่างซ่อม สต๊อกอะไหล่ รวมถึงระบบจัดส่งสินค้า ซึ่งเรานำมาใช้กับเครื่องฟอกอากาศเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วย”