การเปลี่ยนแปลงเจนเนอเรชันในอุตสาหกรรม IT เป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพาที่ง่ายขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม GEN Z สามารถทำงาน เรียน และเข้าถึงสื่อและความบันเทิงผ่านเครื่องมือหลากหลาย เช่น สมาร์ตโฟนหรือแท็บเลต
เอเซอร์ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับคนรุ่นพ่อ-แม่ GEN X จึงต้องปรับกลยุทธ์ โดยมุ่งทำความเข้าใจกับพฤติกรรมและความต้องการของคนยุคใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีและนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้งปรับการสื่อสารไปยังช่องทางดิจิทัลที่เหมาะสม รวมถึงประกาศชัดเจนถึงทิศทางของแบรนด์ที่มุ่งสู่ธุรกิจสีเขียวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์มีความชัดเจนและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม จนได้รับการโหวตให้เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวด IT และดิจิทัล กลุ่มคอมพิวเตอร์พกพา
คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวม การเติบโตและการแข่งขันในตลาด IT ว่า ช่วงก่อนโควิด-19 ตลาด IT อยู่ในช่วงทรงตัวไม่เติบโต ยอดการขายภายในประเทศ ทั้งส่วนของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์พกพาอยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านเครื่อง แม้ช่วงโควิด-19 จะเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่นั่นถือเป็น Demand เทียม เมื่อสถานการณ์คลี่คลายตลาดก็ทรงตัว
ในปีที่ผ่านมา เอเซอร์เริ่มเห็นสัญญาณบวกในตลาด IT โดยตัวเลขการเติบโตเริ่มกลับสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่คาดว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ในปีนี้ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ววงรอบการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์จะอยู่ที่ 3-5 ปี ดังนั้นตลาด IT จึงน่าจะกลับเข้าสู่สมดุลเหมือนเดิม และการเติบโตของเอเซอร์ก็จะสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดโดยรวมในปีนี้
ในขณะเดียวกัน เอเซอร์ยังมุ่งเน้นในการสร้าง New S-curve ด้วยการขยายตลาดไปยังกลุ่ม Non-IT โดยการเปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์ Acer Pure ซึ่งมีสินค้าหลากหลายประเภทในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ และเครื่องดูดฝุ่น และในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเพิ่มเติม เช่น หม้อทอด และไดร์เป่าผม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในภาพรวม

สำหรับการเติบโตในส่วนของคอมพิวเตอร์พกพา คุณนิธิพัทธ์ กล่าวว่า กลุ่ม Gaming ยังคงเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ไม่ได้เน้นที่จำนวนเครื่องที่ขาย แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าของแต่ละเครื่องที่ขายออกไป ซึ่งหมายถึงการเติบโตในแง่ของราคาต่อเครื่องที่สูงขึ้นกว่าเดิม
“คอมพิวเตอร์พกพากลุ่ม Gaming ยังคงเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังเติบโตไปทั่วโลก โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อความบันเทิง ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กกลุ่มนี้มีความบางและเบามากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การทำงาน การเรียน หรือการเอนเตอร์เทน ความท้าทายของเราคือการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานกลุ่มนี้ได้มากขึ้น ในปีนี้เราจะได้เห็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการเล่นเกม ขณะเดียวกันก็สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น”
หากมองไปที่พอร์ตโฟลิโอของเอเซอร์ จะเห็นได้ว่ามีสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gaming อย่างหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่ม Casual Gamer ไปจนถึง Hardcore หรือ Pro Gamer โดยในกลุ่ม Hardcore Gamer เอเซอร์ขับเคลื่อนตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Predator ขณะที่กลุ่ม Casual Gamer จะถูกตอบโจทย์ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nitro

“ปีที่แล้วเราเปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กซีรีส์ Nitro V สำหรับกลุ่ม Casual Gamer ที่เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพรอบด้าน ส่วนซีรีส์ Predator ถูกออกแบบสำหรับ Hardcore Gamer ที่เล่นเกมอย่างจริงจัง นอกจากนี้ เรายังมี Acer Aspire รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ยังสามารถเล่นเกมได้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยในปีนี้ เราจะขยายไลน์เกมมิ่งโน้ตบุ๊กให้เข้าถึงตลาดแมสมากขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นเกม”
นอกจากสินค้าที่หลากหลาย เอเซอร์ยังบุกตลาดด้วยแคมเปญและกิจกรรมที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการจัด “Thailand Predator League” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกีฬาอีสปอร์ตในไทย คาดว่าในปี 2570 จำนวนเกมเมอร์ไทยจะเพิ่มเป็น 18.7 ล้านคนและผู้ติดตามการแข่งอีสปอร์ตจะมีมากกว่า 10.7 ล้านคน กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ตในไทย แต่ยังผลักดันผลิตภัณฑ์เกมมิ่งอย่าง Predator ซึ่งเป็นสินค้าตัวหลักในกลุ่ม Gaming ของเอเซอร์ให้เติบโต และช่วยเสริมสร้างแบรนดิ้งในกลุ่ม Gaming ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“ปีนี้เรายังมองการขยายฐานของกลุ่มผู้ใช้เพื่อการเล่นเกมไปสู่ผู้พิการ โดยเราเห็นว่ากีฬาอีสปอร์ตสามารถสร้างอาชีพ ให้กลุ่มคนพิการได้เช่นกัน จึงวางแผนจับมือกับสมาคมผู้พิการ ในการเสนอคอร์สอบรมเกี่ยวกับเรื่องอีสปอร์ตสู่ผู้พิการที่สนใจ นี่เป็นอีกส่วนที่เราต้องการสนับสนุนอาชีพใหม่ๆ ในสายงานอีสปอร์ตกับกลุ่มผู้พิการด้วย”

อีกกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลต์ของทุกปีคือ Acer Day ซึ่งแต่ละปีจะมีการนำเสนอธีมที่แตกต่างกันปีที่ผ่านมามีการนำเสนอธีมเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ล่าสุดจากเอเซอร์ที่ได้ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน การสร้างสรรค์ การเล่นเกมและความบันเทิงต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยและอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีในการจัดการ AI
การทำงานในสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเอเซอร์ แม้ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ความท้าทายสำคัญคือการสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีแค่ประสิทธิภาพในการใช้งานปัจจุบัน แต่ยังสามารถนำเสนอประสบการณ์และศักยภาพที่เหนือกว่าของคอมพิวเตอร์ยุคใหม่
ในอุตสาหกรรม IT มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เพราะเทคโนโลยีมีการพัฒนาอยู่เสมอ แต่ความท้าทายคือการเข้าถึงจุดอิ่มตัวในการใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน เราจึงมุ่งสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้มากกว่าที่ใช้อยู่ปัจจุบัน หากผู้บริโภคไม่เห็นความจำเป็นในการอับเกรด เทคโนโลยีก็จะไม่พัฒนา แต่หากกลุ่มผู้ใช้งานเทคโนโลยีที่มีสมรรถนะสูง เช่น Gaming มากขึ้น ผู้ผลิตก็จะพัฒนาเครื่องที่รองรับเทคโนโลยีเหล่านั้น ส่วนเทคโนโลยี AI แม้จะมีศักยภาพในการขับเคลื่อนตลาด แต่ยังต้องใช้เวลาในการสื่อสารถึงประโยชน์ และผู้บริโภคยังมีตัวเลือกอย่างสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งเป็นความท้าทายของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่ต้องให้ผู้บริโภคเห็นถึงสมรรถนะที่มีมากกว่า
ทิศทางของเอเซอร์ในอนาคตมุ่งเน้นการฟื้นตัวของการเติบโตในกลุ่มโน้ตบุ๊ก พร้อมทั้งยืนหยัดในแนวทาง Go Green เพื่อยกระดับแบรนด์ให้เป็นผู้นำด้านธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้น และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในตลาดโลก
“เรื่อง Green ยังคงเป็นสิ่งที่เอเซอร์ให้ความสำคัญ ผ่านไลน์สินค้าอย่าง VERO ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งช่วยเสริมการตลาดและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความประทับใจและความชื่นชมต่อแบรนด์ โดยเราหวังว่าจะกลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภค การรักษาความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภคสำคัญที่การทำความเข้าใจและการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สอดคล้องกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งการได้รับรางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยอมรับในระดับหนึ่ง แต่การครองใจคนรุ่นใหม่ต้องอาศัยการทำงานหนักและใช้เวลา”