ทีนี้ลองมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะพบว่าการสื่อสารในครั้งนี้ของ 11street ไม่ใช่เป็นการสื่อสารทางเดียวแบบสื่อ OOH ทั่วไป เเต่ยังเชื่อมโยงเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไป ด้วยการใช้ฐานข้อมูลจากบัตรแรบบิทเป็นจุดเชื่อมโยงในการสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
หรือที่เรียกกันว่า Offline to Online ฝั่งไม่ว่าจะเป็นสื่อรถไฟฟ้า บิลบอร์ด จอสกรีนในตึก สื่อสนามบิน สื่อ activation ส่วนฝั่ง Online จริงๆ เรามองเห็นสื่อที่ชัดเจน แต่ในเคสนี้คือฐานข้อมูลที่เตรียมพร้อมในการการยิงข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคจากบัตรแรทบิทการ์ดจำนวนกว่า 3 ล้านราย
เป้าหมายก็คือการข้อมูลนั้นมาใช้วิเคราะห์เพื่อจัดสรรสื่อโฆษณานอกบ้านให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ไม่แตกต่างจากการยิงสื่อบนโลกออนไลน์ที่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง
ก็ยังแอบคิดว่าถ้าสามารถทำได้แม่นยำมากขึ้นกว่านี้ จนกระทั่งมีการพัฒนาไปถึงขั้นการวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ออกนอกบ้านไปเราคงเห็นแต่สื่อโฆษณาเต็มไปหมดแน่ๆ
แต่ก็นั่นแหละอย่างที่บอกว่า โฆษณา ก็คือ โฆษณา มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจะเสพ หากแต่แบรนด์ก็คือแบรนด์ต้องการจะทำให้ตนเองเข้าไปมีตัวตนในสายตาผู้บริโภค
แม้ว่าเส้นทางจะดูสวนทางกัน แต่มันก็เป็นแนวทางแบบนี้มาโดยตลอด สื่อ OOH ในวันนี้ก็จึงต้องเพิ่มบทบาทตัวเอง นอกเหนือจะทำให้ผู้บริโภคเห็นสื่อในมุมกว้างแล้ว การใช้ทั้งเครื่องมือออฟไลน์และออนไลน์ไปพร้อมๆ เป็นจุดที่ทำให้สื่อนอกบ้านมีความได้เปรียบสื่ออื่นๆ
จากสื่อ One Way Communication มาเป็น Two Way Communication และสื่อ Interactive Media
จากสื่อ Offline มาเป็นสื่อ Offline to Online
จากสื่อธรรมดาๆ มาเป็นสื่อที่มีนวัตกรรมต่างๆ