Facebook เผยตัวเลขบัญชีผู้ใช้กว่า 270 ล้านบัญชีนั้นเป็นบัญชีผู้ใช้ปลอมและมีพฤติการณ์ไม่ปกติ สร้างประเด็นคำถามเรื่องความไม่ปลอดภัยและเน้นย้ำเหตุการณ์การใช้โซเชียลมีเดียที่ไม่ปกติบน Facebook ในครั้งการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา
Facebook พบว่าตัวเลขของผู้ใช้ที่เป็นบัญชีไม่ปกติ ปลอม ตลอดจนซ้ำซ้อนกันมีมากกว่าในสถิติเดิมถึงเกิน 10 ล้านบัญชี โดย 2-3% ของทั้งหมดที่พบนั้นจัดเป็นบัญชีที่ไม่พึงปรารถนาให้มีหรือบัญชีที่ไม่สามารถระบุประเภทได้ ในขณะที่อีก 10% ของทั้งหมดคือบัญชีแบบซ้ำซ้อนของผู้ใช้รายเดียว จึงอาจกล่าวได้ว่า ราว 13% ของจำนวนบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดกว่า 2 พันล้านกว่าบัญชี มีอยู่ 270 ล้านบัญชีที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของ Facebook
ถึงแม้ว่า Facebook จะทำการปรับปรุงฐานข้อมูลในระบบของตนเอง แต่การเพิ่มขึ้นของบัญชีประเภทนี้ก็ยังเพิ่มมากเกินกว่าที่ Facebook จะตรวจพบและจัดการไหว โดยอินโดนีเซียและเวียดนามเป็นสองประเทศที่อาจพบเจอบัญชีเหล่านี้ได้มากกว่าประเทศอื่นๆ
ปัญหาเหล่านี้ค่อนข้างท้าทาย Facebook ไม่น้อย เพราะในแง่ของนโยบายการใช้งานนั้น Facebook ค่อนข้างชัดเจนในตัวเองมากๆว่า ต้องการจะเป็นแพลตฟอร์มที่ “มีขยะโซเชียน้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น” ตัวอย่างเปรียบเทียบที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่น Twitter เป็นต้น
บัญชีผู้ใช้ปลอมอาจเกิดได้จากการที่บริษัทหรือองค์กรได้ทำขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจด้วยการสมัครใช้งานแบบบุคคลทั่วไป แทนที่จะเป็นในรูปแบบ Page รวมไปถึงพวกที่สมัครเข้ามาเพื่อก่อ Spam และกิจกรรมอื่นๆใดที่ไม่ตรงตามนโยบายการใช้งานที่เหมาะสมของ Facebook เป็นต้น
ผลจากการที่มีบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่มีอยู่จริงหรือซ้ำซ้อนกันจำนวนมาก ส่งผลให้ Facebook ต้องทบทวนและปรับปรุงการรายงานผลเชิงตัวเลขในแง่ของคอนเทนต์และจำนวนผู้ใช้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็เช่น จำนวนเวลาที่ผู้ใช้ชมวิดิโอ และ จำนวนครั้งที่ผู้ใช้เห็นโพสท์โฆษณาของแบรนด์
Facebook ยังเคยโดนตั้งคำถามเรื่องของตัวเลขผู้ใช้งานระบบที่ค่อนข้างแปลกประหลาดและไม่น่าเชื่อถือ อันเนื่องมาจากการรายงานจำนวนผู้ใช้งานในกลุ่มอายุ 18-24 ในสหรัฐอเมริกาที่ขัดแย้งกับตัวเลขของการสำมะโนประชากรจริงๆในกลุ่มอายุเดียวกัน สื่อให้เห็นว่า แท้จริง ตัวเลขบัญชีผู้ใช้มีความคลาดเคลื่อนและมีจำนวนบัญชีที่ไม่ปกติมากกว่าจำนวนคนใช้งานจริงๆ