Au Bon Pain เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกา หากย้อนไปดูแล้วจะพบว่า เป็นแบรนด์ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดร้านในโรงพยาบาลและอาคารสำนักงานมาตลอด ส่วนการทำตลาดในเมืองไทยนั้น จากการเป็นร้านกาแฟที่ให้น้ำหนักกับเบเกอรี่และอาหารค่อนข้างมาก ทำให้รูปแบบการสร้างบรรยากาศในส่วนหนึ่งจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการดิสเพลย์สินค้าอย่างเบเกอรี่และอาหารให้มีความโดดเด่น ซึ่งการมีความหลากหลายในเรื่องของเบเกอรี่และเครื่องดื่มนี้ ทำให้กลุ่มลูกค้าของ Au Bon Pain มีฐานค่อนข้างกว้างเฉลี่ยอายุ 25 – 45 ปี โจทย์ใหญ่ในการทำตลาดจึงอยู่ที่การผลักดัน แบรนด์ Au Bon Pain เข้าไปหาวัยรุ่นมากขึ้น ผ่านการสื่อสารและสร้างแบรนด์ด้วยเครื่องมืออย่างโซเชียลมีเดีย รวมถึงการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านองค์รวมอื่นๆ อย่างการปรับบรรยากาศของร้านให้มีโทนที่สว่างน่านั่งมากขึ้น การปรับชุดของพนักงานให้ดูทันสมัยและมีสีสัน เป็นต้น
จุดแข็งอีกอย่างของแบรนด์นี้ก็คือเจ้าของแฟรนไชส์ในบ้านเรามีโรงงานผลิตเบเกอรี่เอง จึงมีซัพพลายเชนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และสามารถบริหาต้นทุนได้ค่อนข้างดี โดยนอกจากร้านโอ ปอง แปง แล้ว มัด แอนด์ ฮาวด์ ยังได้สิทธิ์แฟรนไชส์ของบาสกิ้น รอบบิ้นส์ และดังกิ้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารภายใต้แบรนด์เกรฮาวด์ อีกด้วย
ส่วนการทำตลาดหลังจากนี้ จะเน้นย้ำจุดแข็งในเรื่องของเบเกอรี่และอาหารด้วยการเพิ่มความหลากหลายของเมนู อาทิ การเพิ่มเมนูเค้กในร้าน รวมถึงการปรับระยะเวลาของเมนูที่เป็นซีซันนิ่งให้มีระยะเวลาในการวางให้ยาวนานขึ้น จากเดิม 30 วัน เป็น 45 วัน ความแตกต่างในเรื่องของการนำเสนอสินค้าที่ไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟ จะยังคงเป็นตัวช่วยผลักดันให้ Au Bon Pain สามารถแข่งขันได้ในตลาดนี้.....