ซึ่งเบื้องหลังการออกคอลเลคชั่น GAMBOL Liverpool FC Limited Edition ในครั้งนี้ คุณนิติ กิจกำจาย ผู้อำนวยการบริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด มองว่าเป็นการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ แกมโบล ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น จากเดิมที่ แกมโบลมีจุดแข็งอยู่ที่เรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยี G-Bold Technology™เอกสิทธิ์เฉพาะของแกมโบล ทำให้สินค้าของ แกมโบลมีความโดดเด่นเรื่องของความคงทน น้ำหนักเบา และมีความนุ่มสบายในการใส่ แต่การอยู่ในตลาดมากว่า 15 ปี คุณนิติมองว่าหากต้องการรักษาตำแหน่งผู้นำและก้าวออกไปสู่ความเป็นอินเตอร์มากขึ้นต้องมีอะไรมากกว่านั้น
“สโมสร Liverpool FC มีแฟนบอลในประเทศไทยเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะจ่ายเงิน เพื่อครอบครองสินค้าที่ เกี่ยวข้องกับสโมสร แม้การออกคอลเลคชั่น GAMBOL Liverpool FC Limited Edition อาจจะไม่ได้หวังเรื่องของยอดขาย แต่แน่นอนว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับแบรนด์ขึ้นมาอีกขั้นและตลอดทั้งปีนี้แกมโบลจะใช้ความร่วมมือกับ Liverpool FC ในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และทำตลาดอย่างต่อเนื่อง”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์รองเท้าแตะใช้ Sport Marketing มาเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์และขยายการรับรู้ ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น ย้อนกลับไปปี 2020 แอโร่ซอฟท์ ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท ในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลยูโร 2020 ผสานกับการใช้ Music Marketing ที่คนไทยติดหูกับท่วงทำนอง “เชียร์ยูโร แอโร่ซอฟท์” ทำให้การรับรู้ ของผู้บริโภคต่อแบรนด์เพิ่มมากขึ้นและ แอโร่ซอฟท์ กลายเป็นซินเดอเรลล่าแบรนด์ในช่วงข้ามคืน
แม้เรื่องของดีไซน์จะเป็นจุดหลักที่แต่ละแบรนด์นำมาเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันแต่สำหรับสินค้าอย่างรองเท้า แตะ ช่องทางขายก็ถือเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งแบรนด์ที่มีมาร์เก็ตแชร์ลำดับต้นๆ อย่างแกมโบล และกีโต้ ของ “ครอบครัวกิจกำจาย” ทำเรื่องนี้ได้ค่อนข้างดี เนื่องจากมีการกระจายสินค้าครอบคลุมทั้งร้านค้าแบบดั้งเดิม ร้านค้าโมเดิร์น เทรด และเพิ่มช่องทางออนไลน์ ในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผลักดันให้พฤติกรรม คนเปลี่ยนมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้กีโต้ยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรากหญ้าด้วยการขาย ผ่านตลาดนัดอีกด้วยซึ่งนั่นทำให้ทั้ง 2 แบรนด์มียอดขายรวมกันกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี