โดยในส่วนของ Main Stage นั้น ตลอด 3 วันของการจัดงานมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำ เข้าร่วมเสวนาและการบรรยายกันอย่างคับคั่งในหลากหลายหัวข้อ ซึ่งภายใต้ธีมหลักของการเสวนาทั้ง 5 ธีมนั้น มีประเด็นการพูดคุยที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่
ในธีม Inclusive Growth โออาร์ได้เปิดประเด็นเรื่องของความท้าทายในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทำให้ธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีคิด การมุ่งสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียวเพื่อการเติบโตเพียงลำพัง ไม่สามารถทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาวอีกต่อไป แต่ต้องมุ่งสู่การยกระดับระบบนิเวศเพื่อให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน พร้อมสร้างผลเชิงบวกโดยมีสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมาย กลายเป็นการเติบโตร่วมกันแบบ Inclusive ของผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ในธีม Seamless Mobility ผู้บริหารองค์กรชั้นนำมากมายได้มาแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องอนาคตของการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในประเด็นด้านยานยนต์ไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด เพราะการใช้พลังงานในปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้เชื้อเชื้อเพลิงฟอสซิลค่อนข้างสูง จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขยายวงกว้างไปจนถึงเรื่องอุบัติภัยต่าง ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด รวมทั้งมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงคนรุ่นหลัง การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไปสู่พลังงานที่สะอาดขึ้นอย่างไร้รอยต่อนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำพาความเปลี่ยนแปลงแบบ Inclusive มาช่วยสร้างการเติบโตร่วมกันกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมั่นคง ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้