พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “ระบบนิเวศทางทะเลมีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก กิจกรรมทางทะเลที่หลากหลายล้วนตั้งอยู่บนฐานของการใช้ทรัพยากร การพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่กับการอนุรักษ์และการลดมลพิษในสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยระดับประเทศที่จะส่งผลต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยตรง ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องผลกระทบของขยะทะเล และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ปีนี้ยังคงสานต่อนโยบายให้สอดคล้องกับแผนงานในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูพื้นที่ปะการังให้สมบูรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 พร้อมเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 ตารางกิโลเมตร และเพิ่มดัชนีคุณภาพมหาสมุทร (Ocean Health Index) ให้มีค่ามากกว่าร้อยละ 75 ในปีนี้ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรเอกชน มูลนิธิ สมาคม หรือชมรม เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อการจัดการทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งซึ่งนี่เป็นเหตุผลให้ ทช. ได้ร่วมมือกับทุกภาคพันธมิตรในวันนี้ จากการศึกษาและติดตามผลการดำเนินการจัดทำวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังนั้นเป็นผลสำเร็จอย่างน่ายินดี โดยพบปะการังลงเกาะเฉลี่ยมากกว่า 40 โคโลนีต่อฐาน และยังมีสัตว์ทะเลและปลาเข้ามาอยู่อาศัยกว่า 70 ชนิด ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศทางทะเล ทั้งยังช่วยเพิ่มทัศนียภาพที่ดีให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดำน้ำอีกด้วย”
ชนะ ภูมี Vice President – Cement and Green Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี ดำเนินการธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดูแลสังคม และมีบรรษัทภิบาลตามแนวทาง ESG 4 Plus ได้แก่ 1. มุ่ง Net Zero 2. Go Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ 4. ย้ำร่วมมือ และมีความเป็นธรรม โปร่งใสทุกการดำเนินการ ที่ผ่านมาเอสซีจี ได้ดำเนินโครงการรักษ์น้ำ จากภูผาสู่มหานที ในการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เช่น การทำฝายชะลอน้ำ บ้านปลา การปลูกป่า หญ้าทะเลและป่าชายเลน ฯลฯ “โครงการรักษ์ทะเล” เป็นโครงการที่เอสซีจี มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนานวัตกรรมมาปรับใช้ นอกจากมาตรฐานการอยู่อาศัย ได้ต่อยอดการใช้นวัตกรรมจาก CPAC 3D Printing Solution มาใช้ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรของประเทศ อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ให้ความเคารพต่อธรรมชาติและทุกชีวิตในท้องทะเลด้วยบ้านปะการัง ชูจุดเด่น ร่วมออกแบบพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกในการขึ้นแบบจำลอง 3 มิติ รวมถึงพัฒนาสูตรปูน (Powder Extrusion) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง จากความร่วมมือในโครงการรักษ์ทะเลนี้ มุ่งหวังสร้างความมีส่วนร่วมจากพันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการและสังคม ในการร่วมสนับสนุนอนุรักษ์เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือกันในอนาคตและสามารถขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมได้จริงอันจะก่อให้เกิดความยั่งยืนถึงคนรุ่นต่อๆ ไป”