นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการให้บริการที่ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เมืองไทยประกันชีวิตได้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อต่อยอดสร้างความพึงพอใจและความประทับใจของลูกค้าผู้เอาประกันให้ได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ได้แก่ e-Application, e-Payment หรือ e-Service ต่างๆ อาทิ
MTL Click แอปพลิเคชันเพื่อให้ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงความคุ้มครองและทุกบริการด้านกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกครบจบในแอปเดียว ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนยอดผู้ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานมากกว่า 700,000 คน รวมถึงบริการ MTL Mini Click เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลคนรุ่นใหม่ ให้ทุกการเช็กเป็นเรื่องง่ายสำหรับลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเช็กกรมธรรม์ ประวัติการเคลม ยอดชำระเบี้ย สร้าง QR หรือ Barcode เพื่อชำระเบี้ย ตรวจสอบโรงพยาบาลหรือสาขาที่ใกล้ที่สุด สามารถทำได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพียงเพิ่ม @Muangthailife เป็นเพื่อนใน LINE App
MTL Fit แอปพลิเคชันด้านสุขภาพสำหรับลูกค้าและผู้ใช้งานทั่วไปที่สนใจ เพื่อเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่าย พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สุขภาพของแต่ละคน ช่วยคำนวณคะแนนสุขภาพ (Health Score) ตามข้อมูลส่วนตัว ผ่านตัวแทนบุคลิก (Character) ของสัตว์ในแต่ละระดับ (Level) สำหรับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีภารกิจประจำสัปดาห์ (Weekly Goal) ด้วยการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และมีการแข่งขันที่ท้าทายให้ผู้ใช้งานก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในแต่ละระดับ ซึ่งถือเป็นอีกนวัตกรรมที่พัฒนาเพื่อให้คนไทยที่ใส่ใจสุขภาพ ใช้งานง่ายและสะดวก
MTL Health Buddy บริการผู้ช่วยสุขภาพครบวงจรสำหรับลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ค้นหาแพทย์ที่เหมาะกับโรค และสามารถทำการนัดหมายติดต่อเพื่อขอเข้ารับการรักษา นับว่าเป็นมิติใหม่ของ Health Ecosystem ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล บริษัทยา และร้านขายยา เพื่อเปิดประสบการณ์ที่จะให้บริการด้านการแพทย์
เมืองไทยสไมล์คลับ ศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อความสุขและรอยยิ้ม ที่คัดสรรกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้าเป้าหมายสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างแท้จริงแบบ Outside In ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่บริษัทมุ่งเน้นมาโดยตลอด คือ การก้าวไปสู่การเป็น Health Provider เพื่อเป็นผู้นำตลาดด้านนวัตกรรมความคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) ควบคู่ไปกับ การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) ซึ่งเป็นเป้าหมายภายใต้แผนการดำเนินงานตามแนวคิด “MTL NEXT TO YOU” เพื่อการพัฒนาที่รอบด้านและก้าวเคียงคู่ดูแลทุกช่วงของชีวิตของลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย
ในขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิต ได้มีบทบาทสำคัญในการเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” บนรากฐานของการเป็น InsurTech ที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ผสมผสานกับนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้องค์กรเติบโตแบบ S-Curve ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กรที่หมายถึงพนักงานทุกระดับและตัวแทนประกันทุกคน จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้บุคลากรของเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามา
“สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงปัจจุบัน นอกจากเรื่องนวัตกรรมที่ต้องตามให้ทันแล้ว เรื่องของ “คน” ก็สำคัญและท้าทายเช่นเดียวกัน เพราะด้วยความที่เมืองไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 71 ปี จึงอาจมีเรื่องที่ “คนของเรา” ยึดติดภาพความสำเร็จเดิมๆ หรือกระบวนการทำงานที่เป็นแบบเดิมไม่กล้าเปลี่ยนแปลงและคิดนอกกรอบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้น จึงมีการทำบริษัทลูกแยกออกมาให้เป็น Open Environment ซึ่งสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องยึดติดกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของ MTL”
ปัจจุบันเมืองไทยประกันชีวิตมีนโยบายยกระดับทักษะและความรู้ของบุคลากรทุกระดับ ทั้งตัวแทน พนักงาน และผู้บริหารให้สามารถปรับตัวและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptive Technology พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ในชื่อ “เลิร์นรู้” (LearnRu) ตอบโจทย์การเรียนรู้ในแบบออนไลน์ ทั้งแบบออนไลน์สด (Live Streaming) หรือการสัมมนาแบบเสมือนจริง (Virtual Workshop) ที่สามารถถาม-ตอบ แลกเปลี่ยนความรู้ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสามารถเข้าถึงคลังความรู้ที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายทั้งแบบ Micro Learning และแบบ Online Content ในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นต้องรู้ในแง่มุมเมื่ออยู่ในธุรกิจประกัน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของคนในแบบ Multi Skill ทำให้องค์กรเกิดความคล่องตัวมากขึ้น และส่งผลดีต่อองค์กรและตัวพนักงานที่จะสามารถเติบโตได้ในหลายๆ ด้าน เพราะการมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถึงแม้ว่าจะตอบโจทย์ลูกค้า แต่จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ หากบุคลากรขององค์กรไม่มีความเข้าใจ หรือไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดจนสามารถให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมและสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้
“สำหรับผม เรื่องการพัฒนาคนถือเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมากที่สุด ทั้งรูปแบบการวางระบบการทำงานและการพัฒนาคนเพื่อทำให้สามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว ดังนั้น MTL จึงให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาบุคลากรเป็นอย่างมาก และกำหนดให้เรื่องการพัฒนาศักยภาพของคน เป็นหนึ่งในเรื่องหลักที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยในช่วงๆ แรก ได้เริ่มมีการทำ Sandbox ในเรื่องของการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของพนักงานให้สามารถเติบโตและยืนได้ด้วยตัวเองได้อย่างมั่นคงต่อไป” คุณสาระ กล่าว