ตลาดค้าปลีกบ้านเรา ถือเป็นสนามปราบเซียนของค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น ที่ค้าปลีกหลายแบรนด์ต้องถอนตัวออกจากตลาด แต่สำหรับดองกิ แล้ว กลับตรงข้ามกัน เพราะผู้เล่นรายนี้ มีแผนที่จะเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ตามแผนนั้น จะมีการขยาย 20 สาขาทั่วประเทศในปี 2568 พร้อมกับพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตในเอเชีย
การรุกตลาดบ้านเรานั้น มีการสร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดค้าปลีกของเมืองไทย แม้จะเป็นค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ดิสเคาน์สโตร์หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตเหมือนคู่แข่งอย่างโลตัสและบิ๊กซี แต่ ดองกิ ก็เข้ามาด้วยจุดขายที่แตกต่าง ด้วยการชูคอนเซปต์ “ร้านค้าที่ขายเฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่น” เจาะกลุ่มคนญี่ปุ่นที่อาศัยในไทย คนไทยและนักท่องเที่ยว ไม่เพียงแค่การนำเสนอสินค้าเท่านั้น ยังมีเรื่องของการดีไซน์ร้านที่ถอดแบบหรือจำลองบรรยากาศเหมือนสาขาที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญยังเลือกเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนกันอีกด้วย
คือแทนที่จะเข้ามาแข่งขันในตลาดเดิมๆ เหมือนกับการเข้ามาของค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นในอดีต ดองกิ จะเลือกทำตลาดด้วยจุดขายที่แตกต่าง โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้าที่ ดองกิ ประเทศไทย มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นที่มีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ ตามแผนการดำเนินธุรกิจสำหรับสาขาต่างประเทศของบริษัทในเครือ PPIH ผ่านคอนเซ็ปท์ “Japan Brand Specialty Store” เพื่อนำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ และอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นหรือแบรนด์สินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่น

พร้อมสร้างคอนเซ็ปท์ใหม่ “Happiness for all from Japan” หรือ “การมอบความสุขจากญี่ปุ่นให้แก่ทุกคน” เพื่อส่งต่อเสน่ห์ทางด้านอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้แก่ลูกค้า ผ่านการนำเสนอในด้านคุณภาพและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงมีการออกแบบโลโก้ให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปท์ใหม่ โดยอยู่ในรูปของกระดาษพับ (Origami) ซึ่งสื่อถึงวัฏจักรของ “การผลิต – การจัดจำหน่าย – ผู้บริโภค” พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงคำว่า “Origamitsuki” หรือ “การรับประกันคุณค่า” ตลอดจนบ่งบอกแนวคิดในการดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม CSR และความปรารถนาที่จะส่งมอบอาหารญี่ปุ่นที่รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพให้แก่ลูกค้าทุกคนอย่างจริงใจ
เรียกได้ว่า เป็นการนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ถอดรูปแบบมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าคนไทย ที่ส่วนหนึ่งเคยมีประสบการณ์จากการช้อปที่ดองกิในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว
ดองกิ เป็นร้านค้าอันดับ 1 ด้านสินค้าประเภทของใช้ และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) ที่เข้ามาร่วมทุนกับบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด และบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) โดยถือหุ้น 60% ขณะที่ทีโอเอ และกลุ่มสหพัฒน์ จะถือหุ้นรายละ 18% และ 22% ตามลำดับ
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ดองกิ เปิดสาขาไปแล้ว 5 สาขา ที่ทองหล่อ สาขาในศูนย์การค้าเดอะมาร์เก็ต ราชประสงค์ สาขาซีคอนสแควร์ ซีคอนบางแค สาขาเอ็ม บี เค ส่วนสาขาที่ 6 สาขาเจพาร์ค ศรีราชา ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นสาขาแรกในต่างจังหวัดของดองกิ
สาขาเจ พาร์ค นอกจากจะเป็นสาขาแรกในต่างจังหวัดแล้ว ยังมีการเปิดร้าน “SEN SEN SUSHI” (เซน เซน ซูชิ) ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกในสาขาฮ่องกง เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้าในท้องถิ่น โดยปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 4 สาขาในฮ่องกง ส่งผลให้ ดอง ดอง ดองกิ ประเทศไทย นำร้าน เซน เซน ซูชิ มาเปิดสาขาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยกับซูชิยอดนิยมในแบบต้นตำรับมากยิ่งขึ้น

มร.โยซูเกะ ชิมานุกิ ประธานกรรมการ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด บอกไว้เมื่อครั้งเปิดสาขาซีคอน บางแคอย่างเป็นทางการว่า การเปิดสาขาซีคอน สแควร์ จะเป็นการเข้าถึงลูกค้าในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯได้กว้างมากขึ้นซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของดองกิ ประเทศไทยที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยจะสร้างชื่อเสียงของดองกิให้เป็นที่นิยมมากขึ้น ไปพร้อมกับการขยายเพิ่มเติมเป็น 10 สาขา ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ตามแผนเดิมในช่วงแรก ดองกิ ต้องการจะเปิดสาขาในไทยให้ครบ 10 สาขา ภายใน 5 ปี ก่อนที่จะมีการปรับแผนโดยมุ่งเป้าที่จะเปิดให้ครบ 20 สาขา ภายใน 5 ปี ซึ่งนั่นจะหมายรวมถึงการขยายสาขาออกไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ ของประเทศไทยด้วย
แน่นอนว่า การมีจำนวนสาขาอยู่ในมือมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อการบริหารจัดการในเรื่องของต้นทุนสินค้าที่น่าจะทำให้สามารถทำราคาขายของสินค้าได้ใกล้เคียงกับที่ประเทศญี่ปุ่น โดยปัจจุบัน ราคาสินค้าที่นำเข้ามาขายยังสูงกว่าที่ญี่ปุ่นประมาณ 2 เท่ากว่า ซึ่งหากมีสาขาที่มากขึ้น การบริหารต้นทุนน่าจะทำได้ดีมากขึ้น และจะส่งผลต่อการตั้งราคาสินค้าที่วางขายในสโตร์ตามมา
นั่นจะส่งผลต่อการช่วยขยายฐานลูกค้าให้มีมากยิ่งขึ้น โดยยังคงจุดแข็งของการเป็นร้านดิสเคาน์สโตร์ที่มีความเป็นญี่ปุ่นทั้งเรื่องของการนำเสนอสินค้า บรรยากาศ และการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งในสไตล์ญี่ปุ่น......
