ตลอดเวลาที่ COVID-19 เข้ามาแพร่ระบาดจนถึงตอนนี้ สังเกตได้ว่าหลายคนเริ่มรับน้องหมาน้องแมวเข้ามาอยู่ด้วยทีละตัวสองตัว ทำให้ประชากรโฮ่งเหมียวในแต่ละบ้านมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พออยู่ไปนาน ๆ ก็เกิดเป็นความผูกพัน ดูแลเสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือที่เราเรียกว่าพฤติกรรม “Pet Humanization” ที่ทาสหลงรักเจ้านายขนปุยจนหัวปักหัวปำ
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนของวัตถุดิบหลายอย่างมีมูลค่าสูงขึ้นเนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ยินดีที่จะควักเงินมาซื้ออาหารเกรดพรีเมียมให้บรรดาเจ้านายที่นอนเฝ้าบ้าน ทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตสวนทิศทางเศรษฐกิจจากอุปสงค์อันล้นหลาม จนปี 2564 มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโต 17,600 ล้าน จากเดิมเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีมูลค่าราว 15,000 ล้านบาท กินสัดส่วนมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงมากกว่า 45% ซึ่งแน่นอนว่ามีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกในอนาคต
จากแนวโน้มดังกล่าว เหล่าซัพพลายเออร์ก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ จนสมรภูมินี้มีการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะธุรกิจอาหารคนรายใหญ่ ที่หวังชิงส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์มาให้ได้มากที่สุด ด้วยการต่อยอด Brand Loyalty ที่สั่งสมมาในฐานะผู้ผลิตอาหารคน สู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ผ่านการนำวัตถุดิบคุณภาพดีทัดเทียมอาหารคนมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ที่คนกินดีมากเท่าไร หมาแมวก็กินดีมากเท่านั้น
มากไปกว่านั้น ยังมีการพัฒนาและวิจัยแบบเจาะลึก (fragmentation) ตั้งแต่อาหารที่เหมาะกับวัย และสายพันธุ์ของหมาแมว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมอื่น ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่เหลือ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบครบทุกโจทย์ของ demand เพื่อให้เจ้าของมั่นใจได้ว่าน้อง ๆ ขนฟูจะได้รับคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม และยังเป็นการเสริมความแกร่งให้กับพอร์ตฯ ของบริษัทอีกด้วย
ปัจจุบัน มีหลายธุรกิจอาหารคนหลายรายที่เข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในสนามอาหารเม็ดนี้ ซึ่งวันนี้ BrandAge Online จะพามาสำรวจบริษัทอาหารคนที่ต่อยอดสู่อาหารสัตว์ จะมีบริษัทไหนบ้าง? ไปดูกัน!

- CP หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์
CP มีบริษัทย่อยสำหรับผลิตและจัดจำหน่ายทั้งหมด 2 บริษัทด้วยกัน ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด (PCG) และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ทฟู้ด จำกัด ซึ่งมีแบรนด์ในเครือมากมายทั้งอาหารสุนัขและแมว อาทิ Smart Heart, Luv Care, A PRO, Me-O, ZOI DOG และ ZOI CAT ของ PCG และ Jerhigh, Jinny และ K-SY ของอินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ทฟู้ด
เมื่อปีที่ผ่านมา PCG มีมูลค่าบริษัทราว 15,008 ล้านบาท ทำรายได้ 13,137 ล้านบาท และอินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ทฟู้ด มีมูลค่าบริษัท 959 ล้านบาท ทำยอดขายถึง 1,338 ล้านบาทBetagro มีบริษัทผลิตอาหารสัตว์ในเครือ อย่างบริษัท เพ็ท โฟกัส จำกัด มี DOG n joy, CAT n joy, Perfecta และ BINGO STAR เป็นแบรนด์ในเครือเบทาโกร ซึ่งในปี 2564 เพ็ท โฟกัส มีมูลค่าบริษัท 1,156 ล้านบาท และทำรายได้สูงถึง 1,542 ล้านบาท
นอกจากนี้ BETAGRO ชูจุดแข็งการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารโปรตีนที่ได้รับความไว้วางใจในด้านคุณภาพและความปลอดภัยเช่นเดียวกับอาหารคน โดยเผยว่ามีการเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อปกป้องและดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างตรงจุด จากวัตถุดิบเนื้อสดคุณภาพระดับพรีเมียมออกสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้ เจ้าของธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลรายใหญ่อย่าง Thai Union สู่การนำวัตถุดิบปลาที่เหลือมาผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง โดยมี บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (i-Tail) เป็นบริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในเครือ สำหรับแบรนด์ในเครือ ได้แก่ Bellotta, Marvo, ChangeTer, Calico Bay และ Paramount ปีที่ผ่านมา i-Tail สร้างมูลค่าบริษัท 9,673 ล้านบาท และถึงแม้จะทำรายได้ 6,855 ล้านบาท แต่มีผลประกอบการสูงถึง 14,529 ล้านบาท กล่าวคือทำกำไรได้เกือบ 8 พันล้านบาทเลยทีเดียวสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง Nestle’ ของประเทศไทย มีบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้ดูแลการผลิตและจัดหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Purina One, Pro Plan, Felix, Alpo, Friskies, Super Coat และ Fancy Feast ในส่วนของมูลค่าบริษัทประจำปี 2564 มีมูลค่า 22,077 ล้านบาท และทำรายได้ 52,155 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา*
เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา เนสท์เล่ ประเทศไทย มีการเปิดโรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ แห่งใหม่ในจังหวัดระยอง สำหรับผลิตอาหารแมวชนิดเปียกคุณภาพระดับพรีเมียม เพื่อรองรับตลาดในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ
*หมายเหตุ ตัวเลขมูลค่าและรายได้ของบริษัทที่ได้กล่าวไปข้างต้น เป็นตัวเลขรวมของบริษัท เนสท์เล่ ประเทศไทย ยังไม่ได้มีการแบ่งสัดส่วนอาหารสัตว์เลี้ยงแต่อย่างใดถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ไว้ว่าตลาดสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะตลาดอาหารสัตว์ที่ปีนี้มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ใช่ว่าทุกคนที่ลงมาต่อสู้ในสนามรบนี้ จะสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตและครองใจฐานผู้บริโภคโฮ่งเหมียวได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไวและเก๋าเกมต่อการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน
เส้นทางในการมุ่งสู่ผู้นำในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง จึงถือว่าท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงทุก ๆ บริษัท