ความแตกต่างที่ชัดเจนของการทำตลาดฟู้ดคอร์ท หรือศูนย์อาหาร ในปัจจุบันกับอดีตก็คือปัจจุบันจะมีการใช้แบรนด์ และคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน แปลกใหม่ เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยต้องมุ่งไปที่การตอบโจทย์ Customer Experience ใหม่ๆ ให้ กับลูกค้า นอกเหนือจากการมีร้านอาหารชื่อดัง รสชาติดีๆ เข้ามารวมอยู่ในศูนย์
การเปิดตัวของ “ฟู้ดสตรีท” (FOOD STREET) ศูนย์อาหารแห่งใหม่ในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คือภาพ สะท้อนในเรื่องนี้ โดยฟู้ดสตรีท เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในพอร์ตของบริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด ในเครือไทยเบฟ ที่ทำธุรกิจอาหาร ตะวันตก และอาหารเอเชีย รวมถึงอาหารไทย ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไทยเบฟ ตั้งขึ้นมาเพื่อเติมเต็มธุรกิจอาหารให้กับตัวเอง มีแบรนด์ ร้านอาหารในเครือที่ประกอบไปด้วย บ้านสุริยาศัย (BAAN SURIYASAI) ไฮด์ แอนด์ ซีค แอทธินี (HYDE & SEEK Athenee) หม่าน ฟู่ หยวน (MAN FU YUAN) โซ อาเซียน (SO Asean Café & Restaurant) สโมสรราชพฤกษ์ (Rajpruek Club) บริการจัดเลี้ยง และ ศูนย์อาหารฟู้ด สตรีท (Food Street) ที่ปัจจุบัน เปิดให้บริการไปแล้ว 4 แห่ง คือที่เดอะสตรีท รัชดา อาคาร CW Tower อาคาร TBQ
ส่วนสาขาล่าสุดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะเป็นสาขาที่เข้ามายกระดับ และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับ ลูกค้า ซึ่งสาขานี้จะเป็นสาขาแรกที่นำระบบ Digital มาใช้ ผ่านรูปแบบของตู้คีออส ที่ลูกค้าสามารถเลือกเมนูอาหาร และสั่ง จากตู้แล้วไปรับที่ร้านที่เลือกไว้ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวสั่งหน้าร้าน
ไม่เพียงเท่านั้น ตู้คีออสที่นำมาใช้ ยังสามารถรองรับระบบการชำระเงินได้ทุกระบบทั้งแอปพลิเคชัน คิวอาร์โค้ด หรือ ระบบการชำระเงินชื่อดังของต่างประเทศทั้งอาลีเพย์ วีแชทเพย์ แรบบิทเพย์ และบัตรเครดิตชั้นนำต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้าง ประสบการณ์ใหม่ในการใช้บริการผ่านศูนย์อาหารที่นอกจากจะรองรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ารุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับโลกของ ดิจิทัลแล้ว ยังช่วยในการแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ประชุม และมักจะ ประสบปัญหาในการใช้เงินสด ขณะเดียวกันยังช่วยทำให้ลูกค้าชาวไทยไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าคิวเพื่อแลกบัตร รวมถึงต้อง เสียเวลาในการรอคิวที่หน้าร้านอาหารอีกด้วย

“แซม” ไพศาล อ่าวสถาพร กรรมการผู้จัดการของบริษัท บิสโตร เอเชีย จำกัด บริษัทในเครือไทยเบฟ กล่าวว่า ศูนย์ อาหารฟู้ดสตรีท (Food Street) ถือเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ในเครือของบิสโตร เอเชีย ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในเครือ ภายใต้การสร้างแพลตฟอร์มของศูนย์อาหารแนวใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำ มาก่อน โดยการเปิดฟู้ดสตรีท สาขาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บนพื้นที่ประมาณ 900 – 1,000 ตารางเมตร ถือเป็นแฟลกชิพและเป็นสาขาต้นแบบที่จะถูกนำไปใช้ต่อยอดในการเปิดสาขาต่อไป
ลูกค้ายังสามารถซื้อบัตรของศูนย์อาหารผ่านตู้คีออสได้ โดยเลือกรูปแบบการชำระเงินผ่านระบบเพย์เม้นต์ ต่างๆ ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังสามารถสั่งอาหารที่หน้าร้านแล้วชำระเงินผ่านระบบเพย์เม้นต์ได้เลย ซึ่ง บริการต่างๆ ที่นำมาใช้นี้ เราต้องการสร้าง New Customer Journey เพื่อต่อยอดไปสู่การเปิดสาขาใหม่ที่โครงการ One Bangkok ซึ่งจะเป็นอีกศูนย์อาหารภายใต้แบรนด์ ฟู้ด สตรีท ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้บริการศูนย์ อาหารไปอีกระดับ”
ไพศาล กล่าวอีกว่า นอกจากการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้บริการผ่านเครื่องมือ Digital แล้ว ฟู้ดสตรีท สาขา ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นี้ ยังให้ความสำคัญกับการเลือกร้านอาหาร ตลอดจนการดีไซน์บรรยากาศภายในศูนย์อาหาร ให้ฉีกแนวไปจากทั่วๆไปที่เป็นลานนั่งโล่งๆ โดยทำเป็นโซนนิ่ง แบ่งเป็น 4 โซน คือ ละเมียด ละมัย จี๊ดจ๊าด และจัดจ้าน แต่ละ โซนจะเลือกใช้สีหรือการดีไซน์ให้เข้ากับโซน ทำให้เกิดความรู้สึกหรือให้อารมณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนกับการนั่งในฟู้ดคอร์ท ทั่วไปที่เหมือนกันหมดให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น
เช่นเดียวกับการดีไซน์ของร้านอาหาร ที่แต่ละร้านหรือแต่ละแบรนด์จะดีไซน์ผ่านเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการ ดีไซน์ที่สอดรับกับคอนเซ็ปต์ของ “ฟู้ดสตรีท” ที่เปรียบเสมือนถนนเส้นหนึ่งที่มีร้านอาหารชื่อดังอยู่บนถนน ที่ลูกค้าสามารถเลือก นั่งทานโดยให้บรรยากาศเสมือนกับการนั่งทานในร้านอาหาร ที่มีความหลากหลายตั้งแต่ข้าวราดแกงไปจนถึงหูฉลาม ในราคา ที่จับต้องได้ง่าย เริ่มต้นตั้งแต่ 55 บาท ขึ้นไป ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายทั้งพนักงานออฟฟิศ และคนที่มาเดินในศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ขณะที่จุดเด่นของร้านอาหาร ฟู้ดสตรีท มีการนำร้านอาหารที่ได้มิชลิน สตาร์เข้ามาเปิดจำหน่ายในราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย โดยมีร้านที่ได้มิชลิน สตาร์ 2 ราย คือร้านเพ้ง คั่วไก่ และร้านราดหน้า 40 ปี ศาลเจ้าพ่อเสือที่ได้มิทชลิน สตาร์มา 2 ปีซ้อน โดยร้านค้าจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือร้านประจำ 18 ร้านค้า และอีก 8 ร้านค้าที่เป็นร้านค้าหมุนเวียนตามฤดูกาล ซึ่งจะ เปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน
“การทำฟูดคอร์ทในปัจจุบันต้องมีแบรนด์ และใช้แบรนด์เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ กับลูกค้า เพราะประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ที่แม้การทำฟู้ดคอร์ทจะดูเหมือนแค่การนำร้านอาหารชื่อดัง อร่อยๆ มารวมอยู่ในศูนย์ แต่ถ้าหากมองลงลึกลงไปแล้ว การสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ทั้งจากตัวบริการใหม่ๆ ร้านค้า หรือแม้แต่การดีไซน์ บรรยากาศ จะเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญอย่างมาก ทั้งหมดนั้นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมบิส โตร เอเชีย ถึงต้องทำฟู้ดสตรีท สาขาศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้ออกมาแนวนี้”
การขับเคลื่อนการเติบโตจะสอดรับกับ Passion 2025 ที่ประกอบไปด้วย Build หรือการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ผ่านทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับ และเพิ่มตลาดที่น่าสนใจ Strengthen หรือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักเพื่อรักษา ความเป็นผู้นำในระดับอาเซียน Unlock หรือการนำศักยภาพของบริษัทมาก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งมุมทรัพยากรภายใน และ เครือข่ายพันธมิตร
“เราใช้ฟู้ดสตรีท เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในการขับเคลื่อนการเติบโตเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยยก ระดับการทำศูนย์อาหารผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่เพียงจะเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ให้ลูกค้าเท่านั้น แต่ยัง เข้ามาช่วยยกระดับความสามารถหรือทักษะในการใช้เทคโนโลยีให้กับพนักงาน ซึ่งฟู้ดสตรีท สาขาศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ จะถูกใช้เป็นต้นแบบที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่การเปิดสาขาใหม่ๆ ที่จะเป็นการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ ที่ยังเปิดกว้างค่อนข้างมาก” ไพศาล กล่าวสรุปทิ้งท้าย