เบื้องหลังของการทุ่มงบ 500 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “Embracing Happiness 2023” ที่เป็นการผนึกกำลังครั้ง สำคัญของ 2 Global players คือเซ็นทรัลพัฒนา เจ้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่มีสาขา 37 ศูนย์ ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัด ทั่วประเทศ กับ LINE FRIENDS แบรนด์คาแร็กเตอร์ระดับโลกชื่อดัง
เป็นอีกภาพสะท้อนของการทำแคมเปญในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ของตลาดค้าปลีกของบ้านเราที่กำลังมุ่งไปสู่ การเป็น Omni-channel อย่างสมบูรณ์แบบ โดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ย้ำให้เห็นถึงการจับมือกันในครั้งนี้ว่า นอกจากสีสันที่จะเข้ามาช่วยในการดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการใน ศูนย์แล้ว การเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ทรงพลังของไลน์ ยังเป็นตัวช่วยในการผลักดันให้ภาพของการเป็น Global Destination ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะนอกจากฐานคนใช้งานในบ้านเราที่มีกว่า 59 ล้านราย แล้ว ยังมีคนใช้งานจากทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงการทำแคมเปญที่มีการสร้างสีสันทั้งบนออนกราวด์และในโลกของออนไลน์
“แคมเปญ Year End ปีนี้ของเซ็นทรัลพัฒนา ได้สร้าง Global Impact ด้วยการจับมือ Global Partner อย่าง LINE FRIENDS ที่เป็นคาแร็กตอร์ยอดนิยมของคนทั่วโลกมาสร้างโมเม้นต์ความสุขให้กับทุกคน ทำให้เซ็นทรัล พัฒนา เป็น Global Destination แห่งความสุขในช่วงเทศกาลอย่างแท้จริง ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถมาฉลองได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศได้”
การนำคาแร็กเตอร์แบรนด์ชื่อดังอย่าง LINE FRIENDS มาใช้ในการทำแคมเปญนั้น ในแง่ของการสร้าง On-ground Experience จะมีการสร้างสีสันมากมาย อาทิ การดีไซน์ LINE FRIENDS World พื้นที่แห่งความสุขดีไซน์พิเศษเฉพาะ เซ็นทรัลเวิลด์ ในบรรยากาศปาร์ตี้ดนตรี สโนว์โกลบ ต้นคริสต์มาสยักษ์ พร้อมพาเหรดของขวัญ LINE FRIENDS, BROWN House ที่เซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ
โดยจะเป็นครั้งแรกในไทยที่จะได้เห็นห้องต่างๆ ของเหล่าเพื่อนๆจาก LINE FRIENDS ซึ่งแต่ละสาขาจะมีห้องของ LINE FRIENDS ที่แตกต่างกันไป, ครั้งแรก Synchronize Musical & Lighting Show โชว์พิเศษแสงสีเสียงตระการตา จาก LINE FRIENDS บนจอ panOramix ที่จะมีเซอร์ไพรส์มอบความสุขจากจอส่งต่อถึงทุกคนที่มาชมโชว์, LINE FRIENDS Café minini ครั้งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ลาดพร้าว มีขนมและเครื่องดื่มจากแก๊ง LINE FRIENDS และ LINE FRIENDS pop-up Store 5 สาขา ที่เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, เวสต์เกต, ปิ่นเกล้า และพระราม 9

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการทำกลยุทธ์ที่เรียกว่า Multi-Brands Collaboration ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และดึง ดูดแบรนด์ชั้นนำหลาย Categories มาร่วมครีเอท LINE FRIENDS คอลเลคชั่นพิเศษ ทั้งสินค้าแฟชั่น ขนม-เครื่องดื่ม อาทิ Jubilee Diamond, Lee Cooper, Sabina, Black Canyon, Dairy Queen, Guss Damn Good, Häagen-Dazs, KOI Thé, Olino Crepe & Tea, S&P, Toku Dessert, Yomie's Rice x Yogurt เฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยจะทำหน้าที่เป็น ตัวกลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างพาร์ทเนอร์และแบรนด์ต่างๆ ได้ด้วยบทบาทการเป็น Place & Experience Makers สำหรับทุกคน
ดร.ณัฐกิตติ์ บอกว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกของ LINE FRIENDS ก็ว่าได้ในการจับมือกับพันธมิตรที่ทำแคมเปญที่มีสเกล ขนาดใหญ่ โดยคาแร็กเตอร์ของ LINE FRIENDS ถือเป็นคาแร็กเตอร์แบรนด์ที่มีฐานแฟนคลับค่อนข้างกว้าง แน่นอนว่า จะช่วยเข้ามาสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี
เขายังบอกอีกว่า การทำแคมเปญในครั้งนี้ ยังตอบโจทย์เทรนด์ของตลาดค้าปลีกที่กำลังมุ่งมาที่การสร้างประสบ การณ์แบบไร้รอยต่อ เป็นการทำ Emotional & Omni-channel Marketing เพื่อสะท้อนภาพของการเป็นศูนย์การค้าที่อยู่ในใจ ของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยจะจับโมเม้นต์ความสุขผ่านการนำคาแร็กเตอร์ LINE FRIENDS ออกมาโลดแล่นสร้างสีสันและ มอบความสุขในทุก Touchpoint ของลูกค้า
ในการนี้จะมีการทำการตลาดที่เรียกว่า Cross-region Platform to Drive Scalable Impact เพื่อสร้าง Global Impact เป็น Big Scale of Happiness เป็น Global Destination แห่งความสุขอย่างแท้จริง ทำให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็น มากกว่า Shopping Center แต่เป็น Cross-Region Platform ที่สามารถ Collab กับพาร์ทเนอร์ในทุกธุรกิจได้ ทำให้เกิด Scalable Impact ระดับประเทศ ด้วย 37 สาขา ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการสร้าง Online Experience นั้น จะมีการจับมือกับ LINE Sticker & Wallpaper คอลเลคชั่นพิเศษ เตรียมดาวน์โหลดฟรีที่ไลน์ @centrallife เริ่ม 29 พ.ย.นี้ LINE FRIENDS AR และ LINE FRIENDS Happiness Hunting (LINE E-Stamp) สะสมเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ

ปัจจุบัน ทราฟฟิกในศูนย์การค้าทั่วประเทศ และทราฟฟิกทัวริสต์กลับมาแล้วเกือบ 100% สอดคล้องกับผลสำรวจ จากอโกด้าล่าสุดเผย กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ของจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากไป เยือนมากที่สุด
ขณะที่ เซ็นทรัลพัฒนามีความพร้อมในการส่งเสริมและตอกย้ำไทยเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก ด้วยความแข็งแกร่ง ของสาขาที่มีทั่วประเทศ โดยเราจับเทรนด์ทั่วโลกในช่วงสิ้นปีนี้ ที่ทุกคนมีความพร้อมและวางแผนท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวในประเทศก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคนไทย 90% มีการวางแผนท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อพักผ่อน กับครอบครัว และเลือกแหล่งท่องเที่ยวจากความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก
“เราเป็นพื้นที่สำหรับการฉลองเทศกาลความสุขให้กับคนไทยทั่วประเทศ โดยตลอดไตรมาส 4 ปีนี้ ได้ เตรียมทุ่มงบการตลาดกว่า 500 ล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านแคมเปญ Embracing Happiness 2022 รองรับทัวริสต์ไทยและต่างชาติ สร้าง Tourism Ecosystem ที่จะช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจทั้งในระดับ Domestic และ International เชื่อมั่นภาพรวมการท่องเที่ยวไทยและภาคค้าปลีกไทยจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาสนี้ สามารถดึง นักท่องเที่ยวต่างชาติมาได้ 10 ล้านคนหรือมากกว่านั้น ตามเป้าที่ททท. วางไว้อย่างแน่นอน”
