พร้อมหรือยังกับการเรียกชื่อใหม่ Central GR9 (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์)
การเปลี่ยนชื่อจาก Central Rama 9 เป็น Central GR9 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรีแบรนด์ศูนย์การค้าเท่านั้น แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของเซ็นทรัลพัฒนาในการยกระดับพื้นที่พระราม 9 ให้กลายเป็น Future District แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาย่านพระราม 9 ถูกจับตามองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่เคยกระจุกตัวในย่านสีลม สาทร และสุขุมวิท เริ่มขยายตัวและย้ายมายังพื้นที่ฝั่งตะวันออกมากขึ้น ปัจจัยหนุนที่ทำให้พระราม 9 เติบโต คือทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งระบบขนส่งมวลชนและถนนสายหลัก ประกอบกับการเกิดขึ้นของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Mega Project ส่งผลให้ย่านนี้กลายเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน บริษัทต่างชาติ และธุรกิจที่หลากหลาย

การพัฒนาโครงการ Central GR9 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของย่านนี้ให้ก้าวสู่ Well-Established CBD โดยCentral GR9 จึงได้ถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งจะประกอบไปด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยมี Central Rama 9 เป็นหัวใจหลักของ Retail ขณะที่โซนออฟฟิศประกอบด้วย 3 อาคารสำคัญ ได้แก่ G Tower, R House (เดิมคือ Unilever House) และ The Ninth Tower
ระยะแรก แผนการพัฒนาจะเริ่มต้นจากการ พลิกโฉม Central Rama 9 ครั้งใหญ่ พร้อมขยายพื้นที่รีเทลเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สอดรับกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการยกระดับ Retail Experience เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือผู้อยู่อาศัยที่หมุนเวียนเข้ามาในพื้นที่ โดยเฟสแรกมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571
สำหรับแผนในระยะถัดไปจะมุ่งเติมเต็มองค์ประกอบของเมืองให้ครบถ้วน โดยเฉพาะส่วน Residential เพื่อสร้างระบบนิเวศเมืองที่สมบูรณ์ เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District ที่ผสานทุกมิติของชีวิตเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ
ในอดีต ศูนย์การค้ามักทำหน้าที่เป็นจุดหมายของการจับจ่ายและการใช้เวลาว่างของผู้คน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการพัฒนาเมืองในปัจจุบันได้เปลี่ยนบทบาทของโครงการรีเทลขนาดใหญ่ให้กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเมืองที่เชื่อมโยงหลายมิติของชีวิตเข้าด้วยกัน การพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed-Use District จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้พื้นที่หนึ่งสามารถรองรับทั้งการทำงาน การอยู่อาศัย การใช้ชีวิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ภายในพื้นที่เดียว
Central GR9 เป็นหนึ่งในตัวอย่างของแนวทางดังกล่าว เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีบทบาทมากกว่าเพียงสถานที่จับจ่ายสินค้า เป็น ศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของย่าน แนวคิดการพัฒนาในลักษณะนี้ยังช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของพื้นที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ หรือการเพิ่มความคึกคักของกิจกรรมทางธุรกิจในย่าน
หากมองระยะยาว Central GR9 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา Future District ที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของย่านพระราม 9 และมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองต่อไปในอนาคต