บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ขยายอิมแพคครอบคลุมทุกมิติทั่วประเทศ ภายใต้การบุกเบิกโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ได้ประกาศไว้ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนตลอด 45 ปี โดยมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต
ล่าสุดเตรียมเปิด 5 โครงการมิกซ์ยูสใหม่ ดังนี้

1. Central Northville เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์
ได้รับการพัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิมสู่มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 210,000 ตารางเมตร ภายในโครงการประกอบด้วยศูนย์การค้าและคอนโด PHYLL
การออกแบบของโครงการได้นำความเป็นธรรมชาติเข้ามาเป็นหัวใจหลักของโครงการ เพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างและผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศแบบ Outdoor-in-Indoor ที่เป็นแห่งแรกในประเทศไทยตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายในย่านนนทบุรี ทั้งกลุ่มครอบครัว คนทำงาน และคนรุ่นใหม่
ไฮไลต์
- D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาและเกมในร่มจำลองแนวญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
- Fitness First ที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรีกับ Pilates Studio รูปแบบใหม่
- SF Cinema
- ร้านอาหาร เช่น Solsot, Katsu Midori, Momo Paradise, Shabu Baru, Saemaeul, Eat Am Are, Chagee
กำหนดเปิดเดือนกรกฎาคม 2569

2. Central Khonkaen Campus เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ตั้งอยู่บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โครงการมิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ 30 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตร.ม. ประกอบด้วย ศูนย์การค้า, คอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น และ GO! Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน
ไฮไลต์
- Indoor Garden แห่งแรกของจังหวัด
- Xventure พื้นที่ Active Playground คอนเซ็ปต์ใหม่
- Jetts Fitness เปิด 24 ชั่วโมงแห่งแรกของจังหวัด
- ร้าน Shabu Baru สาขาแรกในภาคอีสาน
- Fashion & Lifestyle เช่น Adidas Kids, Cath Kidston, Daddy & The Muscle, Matchbox, KIS, Freak, Anta, Journal และ SUNNIES
- Local Brands ชื่อดังไม่ว่าจะเป็น From scratch, Kin matcha, Long pizza, Luca, Matchong matcha, Sei scoop และ Trinity
กำหนดเปิด 20 พฤษภาคมนี้

3. The New “Central Bangna”
การปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อปั้นให้เป็นอาณาจักรมิกซ์ยูสที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ในย่านบางนา บนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 300,000 ตร.ม. เป็นโครงการ Mixed-use ที่ประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน (Office) และที่พักอาศัย (Residence)
ข้อมูล The 1 ชี้ว่า Central Bangna ติด Top 5 ของศูนย์การค้าที่มีลูกค้า Wealthy Family สูงกว่า 85% มี Spending Power ในแบรนด์ระดับ Luxury พร้อมทั้งมี Loyalty และการกลับมาใช้บริการต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงปรับโฉม
ไฮไลท์แบรนด์ใหม่
- Food เช่น SUSHIRO, SOLSOT, YONNY, CRUMBS, NEO RAMEN
- Fashion & Beauty เช่น VICTORIA’S SECRET, BATH & BODY WORKS, DARKS, SUNNIES WORLD
- ครั้งแรกกับแบรนด์ ‘NO Brand’ แบบ Stand Alone แห่งแรกในประเทศไทย ที่ Tops Central Bangna
เตรียมพบกับภาพลักษณ์ใหม่ของ Central Bangna ได้ไตรมาส 4 ปีนี้
4. Central Chiangmai Airport พลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี
โครงการ Transform ระดับภูมิภาคเพื่อรองรับการเติบโตของเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคเหนือ รวม Retail, Tourism Hub, Convention Hall, Lifestyle Spaces และการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ ในอนาคต บนที่ดิน 130 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 173,000 ตร.ม.
ไฮไลท์
- MUJI Flagship Store ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ
- HarborLand
- ร้านอาหารและคาเฟ่แบรนด์ดัง เช่น CHAGEE, Sushiro, Bear House, Boost Juice, Gaga, Koi Thé, MIXUE, Naisnow, Potato Corner, The Baristro, ฉันทรส (เครือแบรนด์ไอศกรีมระดับมิชลิน), เสน่ห์ไทยคูซีน (อาหารฮาลาลมิชลิน)
- Fashion & Sport เช่น Uniqlo, Adidas, Nike, PUMA, BEAUTRIUM, JUNG SAEM MOOL
- พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยโซน Hug Thai, Hug Craft และ Good Goods

5. Central Phuket รีโนเวทครั้งใหญ่ ทั้งฝั่ง Floresta และ Festival
ถูกพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ โดยมุ่งให้โครงการเป็นหัวใจของเกาะและขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองชายทะเลระดับโลกที่ผู้คนมาใช้ชีวิต บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 500,000 ตร.ม.
การปรับปรุงพื้นที่ครั้งนี้ เกิดจากการมองเห็นศักยภาพกำลังซื้อในย่านที่แข็งแกร่ง โดยมีฐานลูกค้าระดับบนสุดอย่างกลุ่มมหาเศรษฐีและชาวต่างชาติที่พักในไทยกว่า 3,000 รายมียอดใช้จ่ายต่อปีสูงถึง 5 – 50 ล้านบาทต่อคน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มียอดใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าคนไทยถึง 3 – 4 เท่า
โครงการถูกออกแบบเป็น Downtown District ใหม่ที่ผสาน Luxury Lifestyle, Hospitality, Residential และ Cultural Experiences เข้าด้วยกัน เตรียมยกระดับและพัฒนาเกาะภูเก็ต ทั้งผลักดันเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงาน และการเติบโตของเมืองในระยะยาว
โดยฝั่ง Floresta เตรียมเปิดไตรมาส 4 ปี 2026 และฝั่ง Festival เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี 2028