การเติบโตของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริโภค 8 ใน 10 ผู้บริโภคยังมีแนวโน้มซื้อสินค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความสะดวกสบายที่ได้รับทำให้ Lazadaหนึ่งในแพลตฟอร์ม e-Marketplace มีผลประกอบการกลับมาเป็นบวกมากขึ้น

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “Lazada เองยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง เราจึงมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้มากขึ้น สำหรับแคมเปญใหญ่ในครั้งนี้ Lazada ได้ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งครอบคลุมในทุกช่องทางแบบ 360 องศา ผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยจับมือกับแบรนด์ดังและผู้ขายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่นอกเหนือไปจากการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมออฟไลน์สุดเซอร์ไพรส์และข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับนักช้อป เราเชื่อมั่นว่า แบรนด์พันธมิตรและร้านค้าในลาซาด้าจะมีส่วนร่วมและสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างการเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มของเราไปอีกขั้น”
Lazada นำกลยุทธ์ O2O มาปรับใช้ในแคมเปญนี้ ผสานสื่อ Out-of-home อีเวนท์ออฟไลน์เข้ามาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์แบบ 360 องศา หวังเปิดประสบการณ์ให้คนจากออฟไลน์เข้ามาใช้ออนไลน์มากขึ้น จากแคมเปญ 11.11 และติดใจใช้ต่อไปในอนาคต มีการเพิ่มส่วนลด เพิ่มดีล และเน้นประเภทสินค้าที่กำลังเป็นเทรนด์ในตลาด ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นการซื้อสินค้าที่คุ้มค่าและได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากอีเวนท์พิเศษอย่างงาน Lazada 11.11 LazLive+Festival ที่จัดขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม Lazada ได้มอบส่วนลดสูงสุดในแคมเปญ 11.11 ครั้งนี้ ได้แก่
· ดีลลดแรง สูงสุด 90%
· ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ
· ส่วนลดถึง 6 ต่อ
· คูปองส่วนลดจากลาซาด้า สูงสุด 2,500 บาท
· คูปองส่งฟรีทั่วไทย สูงสุด 50 บาท
· ดีลลดสูงสุด 90%
· ลาซาด้า โบนัส ยิ่งช้อปยิ่งลด มอบส่วนลด 40 บาท เมื่อช้อปครบทุกๆ 500 บาท โดยนักช้อปสามารถเก็บลาซาด้าโบนัส บนแอปฯ ลาซาด้า ได้ตั้งแต่วันที่ 7–11 พฤศจิกายน 2565 และสามารถใช้โบนัสได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายน เท่านั้น
· คูปองส่วนลดจากร้านค้าสูงสุด 1,111 บาท
· ส่วนลดจากพาร์ทเนอร์สูงสุด 1,111 บาท
· ข้อเสนอพิเศษจาก LazMall
· Crazy Brand Mega Offers: ให้นักช้อปจุใจกับส่วนลดสูงสุด 90% จากสินค้าแบรนด์แท้ 100% จาก LazMall ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตี 2 ของวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น
· Pre-sale: ช้อปสินค้าแบรนด์ดังก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน โดยชำระเพียง 10% ของราคาสินค้า แล้วชำระส่วนที่เหลือในวันที่ 11 พฤศจิกายน
· Cashback รับเงินคืน 100% สูงสุด 1,111 บาท เฉพาะเวลาเที่ยงคืนถึงตี 2 ของวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น
· LazFlash Sale Crazy Deal ถึง 11 ช่วงเวลา ตลอดทั้งวัน
ไม่เพียงเท่านั้น Lazada เสิร์ฟประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ พร้อมเนรมิตแหล่งรวมเทรนด์แฟชั่นสุดฮิตของกรุงเทพฯ อย่างสยามสแควร์ ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายนนี้ ให้เป็นอาณาจักร Lazada 11.11 LazLive+ Festival เป็นครั้งแรก โดยภายในงานยังมีอีก 3 กล่องเซอร์ไพรส์กับ 3 ธีม ได้แก่ LazLOOK, LazBEAUTY และ LazAroi ในสยามสแควร์ ซอย 5 นักช้อปสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย พร้อมกับมินิคอนเสิร์ต โดยนนท์ ธนนท์ จำเริญ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของลาซาด้า บอยแบนด์น้องใหม่มาแรงอย่าง Perses และวงวัยรุ่นน้องใหม่อย่าง วงพราว ในวันที่ 9-10 พฤศจิกายน
อีกทั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ Lazada ยังเตรียมเปิดกล่องเซอร์ไพรส์ใบใหญ่ที่สุดใบสุดท้ายใจกลางสยามสแควร์ เพื่อยกขบวนกิจกรรมมากมายให้นักช้อปได้ร่วมสนุกกันแบบจัดเต็มตลอดทั้งวัน เต็มอิ่มกับคอนเสิร์ตที่รวมศิลปินนักร้องยอดฮิตกว่า 30 ชีวิต มาร่วมมอบความบันเทิงต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งนักช้อปสามารถรับชมการแสดงของทั้งสามวันแบบไลฟ์ ผ่านทาง LazLive+ บนแอปพลิเคชันลาซาด้าได้เช่นกัน

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เมื่อต้นปีได้มีการออกเครื่องมือใหม่ ชื่อว่า Try and Buy ลูกค้าสามารถมากดรับสินค้าขนาดทดลองเพื่อนำไปใช้ก่อนการตัดสินใจซื้อได้ และล่าสุดเราได้เปิด Virtual Try On ใช้ทั้ง AI และ AR แสดงผลจำลองการใช้สินค้าจำพวกเครื่องสำอางไว้บนแอปพลิเคชัน หรือแม้กระทั่งระบบ Membership Program ที่จะช่วยให้แบรนด์ได้สร้าง Loyalty กับลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือการพัฒนาตัวเองเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้อยู่เสมอ”
Lazada มีทีมงานที่คอยวิเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค เผยว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ตอบสนองกับแคมเปญจะอยู่ในกลุ่ม GEN Z มีความต้องการซื้อสินค้าประเภทแฟชั่นและบิวตี้ ส่งผลให้สินค้าประเภทดังกล่าวโตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และยังพบประเภทสินค้าที่น่าสนใจ คือสินค้าจำพวกยานยนตร์โตขึ้น 68% และกระเป๋าเดินทางท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับแคมเปญ 3.3 เดือนมีนาคมปี 2565
ข้อมูลอินไซต์ผู้บริโภคที่รวบรวมมา นอกจากจะนำไปวางกลยุทธ์ในระดับเมกะแคมเปญอย่าง 11.11 แล้ว ลาซาด้ายังใช้ข้อมูลเหล่านี้กับแคมเปญอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ Double Day วันเลขซ้ำกับ Mid-Month กลางเดือนหรือ Pay Day ช่วงปลายเดือน ลาซาด้าจึงต้องวางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถให้ร้านค้ารวมถึงพาร์ทเนอร์สร้างยอดขายได้อยู่เสมอ และอีกวัตถุประสงค์ คือช่วยกระจายการซื้อให้เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
ยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลาซาด้าต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและผลักดันให้แพลตฟอร์มลาซาด้าไปอยู่ในจังหวะที่ลูกค้ามีความต้องการอยากซื้อสินค้า เนื่องจากช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่ตอบโจทย์มากเพราะจะซื้อตรงไหน เวลาไหนก็ได้ ซึ่งการเตรียมความพร้อมลาซาด้าจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการ Shopping
“Lazada หวังเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยการวางเป้าสร้างยอดขายจากแคมเปญต่างๆ ให้มากกว่าปีก่อน เมื่อแคมเปญ 9.9 ที่ผ่านมา Lazada มียอดขายในส่วนของ LazMall เพิ่มขึ้น 23 เท่าเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะแคมเปญใหญ่อย่าง 11.11 แล้ว อีกทั้งหวังว่าจะก้าวเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโตให้มากกว่าสัดส่วนที่คาดไว้ตอนต้น” ธนิดา กล่าวทิ้งท้าย
