จากข้อมูลของ International Coffee Organization พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การบริโภคกาแฟของโลกเติบโตเฉลี่ย 1.9% ซึ่งอุตสาหกรรมกาแฟไทยมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็มาพร้อมกับความหลากหลายทางด้านรสชาติตามรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วย
เนสกาแฟจึงเปิดศักราชปี 2023 ประเดิมด้วยแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เลือกซองที่ชอบ ชีวิตที่ใช่” ดึง 5 พรีเซ็นเตอร์ซุปตาร์มาเป็นตัวแทนคนรักกาแฟในทุกสไตล์ อย่าง ณเดชน์ คุกิมิยะ, ต่อ ธนภพ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, กลัฟ คณาวุฒิ พร้อมเสริมทัพด้วยพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ โบกี้ไลอ้อน ศิลปินสาวมากความสามารถผู้ทรงอิทธิพลด้านดนตรี เพื่อเป็นการตอกย้ำกาแฟคุณภาพยืนหนึ่ง ที่มอบรสชาติที่ดีเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
แคมเปญนี้มาจากการตีโจทย์ของเนสกาแฟที่พบว่า เทรนด์การดื่มกาแฟของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในปี 2565 ของนีลเส็น ชี้ว่า คอกาแฟชื่นชอบกาแฟที่หลากหลาย โดยคนรุ่นใหม่อายุ 16-24 ปี นิยมดื่มกาแฟร้อนกว่า 60% และดื่มกาแฟเย็น 40% ซึ่งชื่นชอบการดื่มกาแฟแบบ White Cup มีการเติมนมหรือครีมเทียมในสัดส่วนถึง 62% ในขณะที่ชอบการดื่มกาแฟดำ 38% ทั้งนี้เมนูกาแฟดำที่นิยมเป็นอันดับ 1 คืออเมริกาโน่ ส่วนกาแฟใส่นมเมนูยอดนิยม ได้แก่ คาปูชิโน เอสเพรสโซ่ใส่นม และลาเต้ โดยนิยมเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติในทั้งแบบกาแฟดำและกาแฟใส่นม
อย่างไรก็ตาม หากมองภาพกว้างของกลุ่มผู้บริโภคทั้งหมดในประเทศไทย การดื่มกาแฟในบ้านยังเป็นสัดส่วนใหญ่กว่า 70% โดยนิยมดื่มกาแฟร้อนกว่า 60% และส่วนใหญ่ชื่นชอบกาแฟแบบ White Cup ที่มีการเติมนมถึง 61% โดยกาแฟปรุงสำเร็จรูปเป็นกาแฟที่นิยมมากที่สุด และมียอดขายโดยประมาณการสูงถึง 58% กาแฟผงสำเร็จรูปแบบชงเอง 22% และกาแฟคั่วบดละเอียด 19% ของกาแฟดื่มในบ้าน
ในขณะที่คอกาแฟในปัจจุบันมีการดื่มกาแฟตามช่วงเวลามากขึ้น เช่น เมนูกาแฟร้อนเป็นเมนูที่นิยมดื่มในตอนเช้า และลดลงในช่วงเวลาอื่นตลอดวัน โดยการดื่มกาแฟกว่า 50% จากทั้งหมดมักเกิดขึ้นก่อนและในช่วงอาหารเช้า ส่วนเมนูกาแฟเย็นจะนิยมดื่มในช่วงเที่ยงและบ่าย ทั้งนี้ การดื่มกาแฟในบ้านมากที่สุดในตอนเช้าและกลางคืน และมีการดื่มกาแฟนอกบ้านในช่วงกลางวัน
ที่สำคัญผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ หลังปรับตัวเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากกว่า 2 ปีจากโรคโควิด-19 โดยหันมาใส่ใจกับอาหารและเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพมากขึ้น และเต็มใจที่จะใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีการซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางการช้อปออนไลน์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการสัมผัส ตลอดจนสร้างความสุขความบันเทิงในบ้าน โดยมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเติมเต็มความสุขที่บ้าน และยังมองหาความทรงจำดีๆ กับประสบการณ์พิเศษที่แบรนด์เคยมอบให้

โจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เป็นผลิตภัณฑ์หลักของเนสกาแฟในประเทศไทย ที่ครองความเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ที่เชื่อมทุกความผูกพันกับคอกาแฟชาวไทยมานานหลายทศวรรษ มีจุดเด่นของการเป็นกาแฟปรุงสำเร็จที่ลงตัวด้วยกาแฟคั่วบดละเอียด กับรสชาติที่ใช่ กลมกล่อมหอมกรุ่น และคงที่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคอกาแฟ
“ในฐานะผู้นำตลาดกาแฟในประเทศไทย เรามุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู กาแฟคุณภาพที่มีรสชาติหลากหลายทั้ง 5 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นเมนูร้อนหรือเย็น กาแฟดำ หรือกาแฟใส่นม สำหรับคนที่ชอบกาแฟสุดเข้มทำให้ตื่น คนที่ชอบการดื่มด่ำกาแฟกลมกล่อม คนอยากเติมความสดชื่น หรือคนรักสุขภาพ เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้อง การและไลฟ์สไตล์ของคอกาแฟรุ่นใหม่ในทุกช่วงเวลาทุกโอกาสได้อย่างลงตัว”
ปีนี้เนสกาแฟจึงได้เปิดศักราชปี 2023 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งกับแคมเปญ “เนสกาแฟเบลนด์ แอนด์ บรู เลือกซองที่ชอบ ชีวิตที่ใช่” ซึ่งเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเนสกาแฟเพื่อคอนเน็คกับคนรุ่นใหม่เจน Z ไม่ว่าทุกคนจะมีไลฟ์สไตล์อย่างไร ชอบดนตรีแนวใด หรือชอบดื่มกาแฟแบบไหน ทุกคนก็สามารถ “เลือกซองที่ชอบ ชีวิตที่ใช่” ได้ เพราะเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู คือซองที่ใช่สำหรับคนรุ่นใหม่ ด้วยหลากหลายรสชาติที่สามารถตอบโจทย์ได้ครอบคลุมคอกาแฟกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างดี

คุณศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนการตลาดว่า เนสกาแฟจัดสรรงบประมาณในแคมเปญนี้หลายร้อยล้านบาท เดินหน้าจัดเต็มกิจกรรมที่โดนใจคนรุ่นใหม่ โดยในเฟสแรกประเดิมปูพรมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ส่งทีมพรีเซ็นเตอร์ ตัวแทนเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ใน 5 รสชาติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ 5 สไตล์ ได้แก่
ณเดชน์ คูกิมิยะ ตัวแทน “นักกระชับมิตร” กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริช อโรมา ซองของความกลมกล่อม เข้าถึงง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ดีที่ใครๆ ก็อยากเข้าหา
กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ตัวแทน “นักล่าฝัน” คนรุ่นใหม่ที่มีแรงขับเคลื่อนภายในสูง คิดไว ปรับตัว เปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์ได้ดี กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์ ซองเข้ม “นักล่าฝัน” ของคนที่กำหนดเส้นทางของตัวเอง
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ตัวแทน “คนรักอิสระ” ใช้ชีวิตสบายๆ รักอิสระเสรี ชอบหากิจกรรมที่ Refresh ให้ชีวิตสนุกเต็มที่ได้ทุกวัน กับเนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซองสายชิลฟิลมาเต็มทุกการใช้ชีวิต
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ตัวแทนของ “คนใส่ใจสุขภาพมั่นใจ” กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู สูตรน้ำตาลน้อย ซองของคนมั่นใจ จิตใจดี ใส่ใจทุกรายละเอียดของทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต บิวตี้ และใส่ใจรักษ์โลก และดูแลสุขภาพ

โบกี้ไลอ้อน พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ ตัวแทนของ “คนสุดขั้ว” รักความท้าทาย กล้าลอง กล้าเสี่ยง สนุกกับมันให้สุดติ่ง รักเพื่อนฝูง ลุยไหน ลุยกัน กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู แบล็ค โรสต์ ซองสุดเข้มของคนสุดขั้ว
ไม่เพียงแต่พรีเซ็นเตอร์ทั้ง 5 คน จะเป็นตัวแทนคอกาแฟทุกกลุ่มมาถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ “เลือกซองที่ชอบ ชีวิตที่ใช่” เท่านั้น เพราะเนสกาแฟยังใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งเพื่อเข้าถึงเจน Z มากยิ่งขึ้นด้วยซิงเกิ้ลพิเศษ “ขอเนสนึง” ที่ร้องโดย โบกี้ไลอ้อน มาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่เปิดตัวพร้อมกับ MV เพลง “ขอเนสนึง” ทางสื่อโทรทัศน์และสื่อดิจิทัลทุกช่องทาง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมียอดวิวรวมกว่าล้านวิวในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน
นอกจากนี้ ยังมีสื่อโฆษณานอกบ้าน การแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างในมหาวิทยาลัย ขบวนรถคาราวาน และเวทีโปรโมท ณ จุดขาย กิจกรรมบนสื่อดิทัล และกิจกรรมโรดโชว์เดินสายไปสร้างความฟินให้กับคอกาแฟทั่วประเทศ และมั่นใจว่าแคมเปญนี้จะสามารถเข้าถึงคอกาแฟและคนรุ่นใหม่ได้กว่า 10 ล้านคน ทั่วประเทศ และสร้างปรากฏการณ์เพลง “ขอเนสนึง” ให้เป็นซิงเกิ้ลที่ฮิตติดหูและติดชาร์ตทุกแพลตฟอร์มในเร็วๆ นี้