ข้อพิพาทที่สั่นสะเทือนวงการกาแฟไทย ระหว่าง
บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส (QCP) และ
เนสท์เล่ เกี่ยวกับสิทธิในการผลิตและจำหน่าย Nescafé ในประเทศไทย โดยล่าสุด ศาลแพ่งมีนบุรีมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ผลิตว่าจ้างผลิตจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป โดยใช้เครื่องหมายการค้า Nescafé ในประเทศไทย จนกว่าจะมีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุด
แม้ข้อพิพาทจะยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ ธุรกิจของตระกูลมหากิจศิริไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะมีทั้งโรงงาน อุตสาหกรรม ไปจนถึงธุรกิจขนส่งทางเรือ แต่ในวันที่โลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน พร้อมกับทายาทเจเนอเรชั่นสองอย่าง
“เฉลิมชัย มหากิจศิริ” กำลังสำคัญในการรับไม้ต่อสืบทอดกิจการของครอบครัว ก็กำลังเปลี่ยนบทบาทของตัวเองเช่นกัน
เขาไม่ได้ต้องการเป็นแค่ผู้ผลิต หรือคนเบื้องหลังอีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้าสู่ธุรกิจที่อยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร บริการ ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่บันเทิง เพื่อสร้างอาณาจักร ไม่โตเพียงขาใดขาหนึ่งของธุรกิจ
ภาพที่ชัดเจนที่สุดในการลงทุนของเฉลิมชัย คือการขยับมาลงทุนในธุรกิจปลายน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เช่น
Pizza Hut ซึ่งบริหารภายใต้บริษัท PHC (ที่ถือหุ้นผ่าน TTA)
Taco Bell เชนอาหารเม็กซิกันจากอเมริกา ที่เฉลิมชัยนำเข้ามาทำตลาดในไทยผ่านบริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด
Krispy Kreme แบรนด์โดนัทระดับโลกที่ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์การบริหารในประเทศไทย หรือ
P80 Jet ธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว
อีกทั้งยังขยายการลงทุนในธุรกิจยานยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% ผ่านแบรนด์
STROM และ
NIUรวมถึงกระบะไฟฟ้า
KING LONG นอกจากนี้ยังมี
Four One One Entertainment (411 Music) ค่ายเพลงและจัดอีเวนต์ที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง K-pop โดยล่าสุดประกาศจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของวง GOT7 เพื่อฉลองครบรอบ 11 ปี ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2568
อย่างไรก็ตาม ตระกูลนี้ยังมีพอร์ตการลงทุนอีกในหลายธุรกิจ ทั้งพลังงาน โลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และการเกษตร BrandAgeOnline จะพาไปดูว่า แต่ละคนในตระกูลมหากิจศิริ ถือหุ้นอะไรบ้าง
เริ่มที่
เฉลิมชัย มหากิจศิริ ปัจจุบันนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจขนส่งทางเรือ ธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจอื่น มีพอร์ตการลงทุนในหุ้นถึง 10 บริษัท ประกอบด้วย
TTA จำนวน 123,975,642 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 428 ล้านบาท
AE (บริษัท ออลล์ เอ็นเนอร์ยี่ แอนด์ ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน)) ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจสถานีบริการแก๊สและน้ำมัน ธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจสาธารณูปโภค จำนวน 29,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 2.6 ล้านบาท
ANI (บริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) ดำเนินธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน จำนวน 4,700,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 18 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 11.8 ล้านบาท
III (บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)) ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร จำนวน 37,692,899หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 177 ล้านบาท
MILL (บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน)) ผลิตภัณฑ์เหล็กครบวงจร จำนวน 53,393,164 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 29 ส.ค. 67 คิดเป็นมูลค่า 4.2 ล้านบาท
PMTA (บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ยในเวียดนาม จำนวน 9,070,894 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 68.9 ล้านบาท
PSTC (บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและสาธารณูปโภค เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และบริการทางด้านวิศวกรรมพลังงาน จำนวน 37,845,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 16.2 ล้านบาท
STELLA (บริษัท สเตลล่า โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)) จำนวน 78,047,400 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 15.6 ล้านบาท
SUC (บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน)) โฮลดิ้งในอุตสาหกรรม พลังงาน โรงแรม โรงพยาบาล จำนวน 14,949,600 หุ้นข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 3 เม.ย. 68 คิดเป็นมูลค่า 411 ล้านบาท
TFI (บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)) ผู้ผลิตฟิล์ม BOPP รายใหญ่ จำนวน 6,004,203,834 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ ที่เขียนไปตอนต้น ภายใต้การบริหารของเฉลิมชัยPHC (พีเอช แคปปิตอล จำกัด) ผู้บริหารแบรนด์ Pizza Hut ในไทย (TTA ถือผ่านบริษัทย่อย 70%)
สยาม ทาโก้ จำกัด ผู้นำเข้าและบริหาร Taco Bell ในไทย (TTA ถือผ่านบริษัทย่อย 70%)
KFU (เคเอฟยู จำกัด) สิทธิ์แฟรนไชส์ Krispy Kreme ในไทย
AIM (เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์) จำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง สปป.ลาว (TTA ถือหุ้น 80.5%)
P80 Jet (พี 80 เจ็ท) ธุรกิจเช่าเครื่องบินเหมาลำ (TTA ถือหุ้น 100%)
บริษัท พี80 โก จำกัด ธุรกิจยานยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% ผ่านแบรนด์ STROM และ NIU รวมถึงกระบะไฟฟ้า KING LONG (TTA ถือหุ้น 99.9%)
PMT Property ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น (TTA ถือหุ้น 60%)
Four One One Entertainment (411 Music) ค่ายเพลง, ผู้จัดอีเวนต์ K-Pop บริหารโดยเฉลิมชัยโดยตรง
ด้าน
ประยุทธ มหากิจศิริ ถือครองหุ้นทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบด้วย
TTA จำนวน 87,531,758 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 302 ล้านบาท
TOPP (บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน)) จำนวน 150,500 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 22.7 ล้านบาท
UMS (บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)) จำนวน 6,558,900 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 1.7 ล้านบาท
QCP (ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) โรงงานผลิตกาแฟให้เนสท์เล่ (เนสกาแฟ) ถือหุ้น 51%
สุวิมล มหากิจศิริ ครองหุ้นทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย
TTA จำนวน 42,325,623 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 146 ล้านบาท
PMTA จำนวน 563,321 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 4.2 ล้านบาท
TFI จำนวน 118,508,817 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 5.9 ล้านบาท
สุดท้าย
อุษณา มหากิจศิริ ครองหุ้นทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบด้วย
TTA จำนวน 99,866,937 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 345 ล้านบาท
PMTA จำนวน 1,432,231 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดมูลค่า 10.8 ล้านบาท
TFI จำนวน 7,390,296,061 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 369 ล้านบาท
ตามอ่าน Timeline ข้อพิพาท เนสท์เล่ VS QCP ก่อนหน้านี้ได้ที่
https://www.brandage.com/article/42373