กลายเป็นทอล์กออฟเดอะเวิลด์ สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตในแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดตัวโรงแรม The Atlantis Royal Hotel ของบียอนเซ่ที่ดูไบ เพราะนี่เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเธอในรอบ 4 ปี ในขณะที่เพิ่งจะออกอัลบั้มใหม่ ปล่อยทีเซอร์เพลงไปประมาณ 3 เดือนแล้วแต่ไม่เห็นมิวสิกวิดีโอตามมาสักที แต่กลับปรากฏว่าเธอไปรับจ๊อบเล่นคอนเสิร์ตที่ดูไบ จนทำเอาแฟนเพลงทั่วโลกงงไปตามๆ กัน
แต่เป็นใครก็ต้องตอบรับงานนี้ เพราะมีการเปิดเผยว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้บียอนเซ่รับทรัพย์ไปเต็มๆ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไปก็ประมาณ 768 ล้านบาท โดยเธอร้องไปทั้งหมด 19 เพลง เป็นเวลาทั้งหมด 85 นาที หารแล้วตกนาทีละ 282,352 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 9 ล้านบาทต่อนาทีนั่นเอง
ค่าตัวนาทีละเกือบ 9 ล้านบาท มาพร้อมการแสดงสุดอลังการและเสื้อผ้าหน้าผมที่จัดเต็ม โดยเฉพาะชุดเครื่องประดับที่ราคาร่วมแล้วอาจจะเท่ากับค่าตัวของเธอ อย่างในชุดสีเหลืองดีไซเนอร์จากดูไบ Atelier Zuhara เธอก็มาพร้อมกับต่างหูรูปพัดทำจากเพชรและมรกตสีเขียวกว่า 100 กะรัต พร้อมแหวนเพชรสีเหลืองขนาด 30 กะรัต
หรือในชุดกระโปรงสีแดงจากแบรนด์ Nicolas Jebran ที่มาพร้อมกับต่างหูเพชรขนาด 80 กะรัต และชุดสุดท้ายของโชว์เป็นกระโปรงสั้นสีชมพูจากดีไซเนอร์ชาวยูเครน Ivan Frolov และต่างหูเพชรทรงปิระมิดขนาด 60 กะรัต ซึ่งเครื่องเพชรทั้งหมดนั้นมาจากแบรนด์ Lorraine Schwartz ราคารวมแล้วประมาณ 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายมีเรื่องดราม่าจนได้ เมื่อในโลกโซเชียลมีเดียมีการถกเถียงกันว่าทำไมบียอนเซ่ถึงยอมเปิดการแสดงคอนเสิร์ตในดูไบ ในเมื่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศที่ยังมีกฎหมายเอาผิดการเป็นคนรักเพศเดียวกันโดยมีโทษถึงประหารชีวิต ในขณะที่อัลบั้มล่าสุดของเธอ Renaissance เป็นอัลบั้มที่เธอบอกว่าเป็นดั่งจดหมายรักถึงกลุ่มเควียร์ผิวดำกับวัฒนธรรมการเต้นบอลรูม แต่ไหงเธอจึงมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และก็ปรากฏว่าในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้เธอไม่ได้ร้องเพลงจากอัลบั้ม Renaissance แม้แต่เพลงเดียว
ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในประเทศแถบอาหรับ โดยเฉพาะประเทศที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตอย่างซาอุดีอาระเบีย หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น เป็นเรื่องที่มีการรณรงค์มาโดยต่อเนื่องให้คนดังโดยเฉพาะศิลปินบอยคอตการมาเล่นคอนเสิร์ตในประเทศเหล่านี้ ไม่ใช่แค่กรณีที่เกิดขึ้นกับบียอนเซ่เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ในปี 2019 นิกกี้ มินาจ ก็เคยจะขึ้นเล่นคอนเสิร์ตที่ Jeddah World Fest ในซาอุดีอาระเบีย แต่ก็มีการรณรงค์โดยแฟนคลับของเธอซึ่งเป็นกลุ่มคนรักเพศเดียวกันจำนวนมาก รวมไปถึงนักกิจกรรม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ให้เธอปฏิเสธการแสดงในงานครั้งนี้ ซึ่งสุดท้ายนิกกี้ มินาจ ก็ถอนตัวจากงาน Jeddah World Fest ในซาอุดีอาระเบีย
แต่ก็ใช่ว่าการรณรงค์แบบนี้จะสำเร็จเสมอไป เพราะเมื่อครั้งที่จัสติน บีเบอร์ แสดงคอนเสิร์ตที่ Saudi Arabian Grand Prix ในซาอุดีอาระเบีย ก็มีความพยายามรณรงค์ให้จัสติน บีเบอร์ แคนเซิลการแสดงคอนเสิร์ตเช่นเดียวกันแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
ภาพ The Atlantis Royal Hotel
อ้างอิง https://www.unilad.com/music/beyonce-24-million-money-private-concert-dubai-059700-20230124?source=facebook&fbclid=IwAR0k_AzKZISwAePwa-8sx7GpQ07wwxGv_IPrijsdsSG_NQZfHGmL3bP--mk https://pagesix.com/2023/01/23/beyonce-sparkles-in-7-5m-in-diamonds-for-dubai-concert/ https://www.theguardian.com/music/2023/jan/22/beyonce-makes-controversial-live-return-at-exclusive-dubai-concert