ตลาดชาพร้อมดื่มที่ปิดปี 2565 ไปด้วยมูลค่าตลาด 13,299 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 22% ซึ่งการเติบโตของตลาดนี้เห็นสัญญาณจากอัตราการเติบโตของตลาดในเดือนมกราคม 2565 ที่เติบโตถึง 28% และเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เติบโต 20%
การเติบโตในตัวเลข 22% นั้น ถือเป็นการเติบโตอันดับต้นๆ ของตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ที่วันนี้มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่กว่าแสนล้านบาท
ทำไมตลาดชาพร้อมดื่มถึงมีการเติบโตที่ดี
นอกจากเรื่องของกระแสสุขภาพที่คนไทยยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้ว ยังน่าจะมาจากการทำตลาดที่เข้มข้นของ ผู้เล่นในตลาดนี้ โดยเฉพาะโออิชิ ที่เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดคือ 48%
ในปีที่ผ่านมา โออิชิ มีการทำตลาดที่เจาะเข้าไปแบบลงลึกแต่ละเซ็กเม้นต์ เพื่อกระตุ้นการดื่มชาเขียว โดยเฉพาะกับการดึงกลุ่มที่เคยดื่มชาเขียว แต่เลิกดื่มหรือไปดื่มเครื่องดื่มตัวอื่นๆ แทน ซึ่งไฮไลท์น่าจะอยู่ที่การเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่อย่างชาน้ำตาล 0% อย่างฮันนี่ เลมอน ซึ่งเป็นการหยิบเอาชาที่เป็น Regular Tea มาทำเป็นชารสที่หวานและอร่อยใกล้เคียงกับชาแบบมีน้ำตาล แต่ดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำตาล 0%

โออิชิ หยิบเอาอินไซต์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะตัวที่เป็น Pain Point ของพวกเขา มาพัฒนาเป็นตัวโปรดักต์ โดยผู้บริโภคโดยเฉพาะสาวๆ ทำงานออฟฟิศ ที่บอกว่า ไม่ดื่มชาเพราะกลัวน้ำตาลในชา แต่เข้าใจในเบเนฟิตของชาว่าดีต่อสุขภาพ เพราะมีสารคาเทชิน
จึงพัฒนาชาฮันนี่ เลมอน ที่เป็นรสชาติที่ขายดีอันดับต้นๆ มาเป็นชารสหวานอร่อยใกล้เคียงของเดิม แต่มีน้ำตาล 0% จึงได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถดึงคนดื่มกลุ่มนี้กลับเข้ามาในตลาดได้สำเร็จ ทำให้ตลาดชาเซ็กเม้นต์ 0% มีการเติบโตที่ดี และใช้เวลาไม่ถึงปีสามารถทำสัดส่วนได้ถึง 3% ของตลาดรวม
โออิชิ ยังคงต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการขยายชา 0% ไปยังรสต้นตำรับ ขณะที่คู่แข่งขันอย่างอิชิตัน ก็เริ่มที่จะขยับตัวส่งชา 0% เข้ามาร่วมแจม ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า เซ็กเม้นต์นี้จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นและจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วย ผลักดันให้ตลาดชามีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลที่นำเสนอในกราฟิกต่อจากนี้ไป คือข้อมูลตลาดชาเขียวที่เรานำมาเสนอให้อ่านกัน....