ความไม่แน่นอนของสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและตลาดที่ชะลอตัวในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ปีนี้สถานการณ์จะมีการผ่อนคลายลงทำให้กลับมาดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้ภายใต้การใช้ชีวิตแบบ New Normal แต่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องงัดเอากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้
หากมองอีกมุมหนึ่ง ช่วงเวลานี้อาจเป็นจังหวะที่ดี สำหรับผู้ประกอบการที่จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ นำเสนอแก่ผู้บริโภค เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ และเตรียมความพร้อมรับมือกับเกมบุกเต็มกำลัง ในช่วงเวลาที่ตลาดเริ่มฟื้นตัว
แนวคิดดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ภายในบ้านระดับพรีเมียมที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจต่อเนื่องจนสามารถครองความนิยมในใจผู้บริโภคมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ อย่าง “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ประกาศเปิดเกมบุก เสริมความแข็งแกร่งรักษาความเป็นผู้นำตลาด มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค New Normal

คุณชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า “การขายในปีงบประมาณ 2566 บริษัทมีแผนเพิ่มความหลากหลาย มุ่งเน้นการเสริมฟังก์ชั่น เพิ่มไลน์อัพของรุ่นผลิตภัณฑ์ รวมถึงยกระดับด้านการขนส่งโลจิสติกส์และงานบริการหลังการขาย พร้อมทุ่มงบประมาณการตลาดและสร้างแบรนด์กว่า 1,200 ล้านบาท”
นอกจากนี้ยังได้พัฒนาศักยภาพของความพร้อมในระบบโครงสร้างพื้นฐานการจัดจำหน่าย พลิกโฉมโชว์รูม AI Gallery ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการสำนักงานใหญ่ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมต่อการนำเสนอให้ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงคุณสมบัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถเติมเต็มทุกความต้องการได้ ภายใต้แนวคิด "โซลูชั่นเพื่อการประหยัดพลังงาน พร้อมความสะดวกสบาย" ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน ความสะดวกสบายในการใช้งานที่เหมาะสมทั้งการใช้งานภายในบ้านและการใช้งานเชิงพาณิชย์

คุณชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าตลาดรวมเครื่องปรับอากาศของไทยในปีที่ผ่านมามีการเติบโตน้อยลงแ ต่ยังเชื่อว่าแนวโน้มตลาดเครื่องปรับอากาศในปีนี้จะสามารถกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งเรายังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ต่อยอดขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างยิ่งขึ้น ชูความเป็นแบรนด์คุณภาพของเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน”

ปีนี้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา เข้าสู่ปีที่ 51 และยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาของพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด นนท์ ธนนท์ จำเริญ นักร้องที่มีความสามารถด้านการร้องเพลง เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มคนทุกวัยโดยเฉพาะวัยรุ่น ทางมิตซูบิชิ อีเล็คทริค เชื่อว่านนท์ ธนนท์ จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างและสร้างการจดจำให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ มี นนท์ ธนนท์ จำเริญ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเรื่องราว โดยภาพยนตร์โฆษณาชุด “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ไม่หยุดทำ แค่คำว่าดี” สื่อถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของนนท์ ในการฝึกฝนร้องเพลงจนกว่าจะได้โทนการร้องที่ดีที่สุด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเพื่อการร้องเพลงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เช่นเดียวกับที่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านอับดับ 1 ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2566 นี้ จะเป็นอีกปีที่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เชื่อมั่นว่าธุรกิจจะกลับมาขยายตัวและคึกคักอีกครั้งจากสัญญาณเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว จึงมุ่งเน้นผลักดันสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และพัดลม พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ตอบรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ New Normal ช่วยให้การอยู่อาศัยสะดวกสบาย และประหยัดพลังงานไปพร้อมๆ กัน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำเสนอตลาด ดังนี้

- เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series มีดีไซน์ที่สะดวกต่อการล้างทำความสะอาดได้ง่าย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fast Cooling เย็นเร็ว และ V- Air Filter แผ่นกรองฝุ่นที่ออกแบบพิเศษ กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ในระดับเซลล์ พร้อมประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- ตู้เย็นรุ่นใหม่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากยิ่งขึ้น พร้อมประหยัดพลังงานด้วยระบบ Neuro Inverter ตู้เย็น 4 ประตู รุ่น 4D Smart Freeze ขนาดความจุถึง 400 ลิตร โดดเด่นด้วยช่องแช่แข็ง 2 ลิ้นชัก พร้อมเทคโนโลยีถนอมอาหารด้วยช่องแช่เย็นจัด Supercool Chilling ช่วยคงความสดของเนื้อได้นาน และ Vitamin Factory คงคุณค่าวิตามินในผักใบเขียว และตู้เย็น 2 ประตู รุ่น FC Series มาพร้อมกล่องจัดระเบียบของพิเศษ Extra Box ตัวช่วยจัดระเบียบทำให้มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้มากขึ้น
- พัดลมมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม สีขาวและสีน้ำตาลใหม่ ผลิตจากวัสดุไม่ลุกลามไฟ รวมถึงปลั๊ก 3 ขา ช่วยป้องกันไฟดูด มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมอเตอร์มีอุณหภูมิสูง พร้อมกล่องเหล็กครอบสวิตซ์ มั่นใจ ปลอดภัยระดับพรีเมียม ประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว
- นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปแล้ว “การบริการหัลงการขาย” ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งและหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค แม้วันนี้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จะเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค แต่ก็ไม่เคยหยุดยั้งกับการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

คุณประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการด้านบริการหลังการขายมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เราได้เสริมความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายให้กับลูกค้าทั่วประเทศ”
ได้มีการปรับองค์กรเข้าสู่ Digital Transformation นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงผ่านระบบออนไลน์ และปรับการทำงานในรูปแบบดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการรับบริการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยได้ยกระดับการบริการหลังการขายให้สมบูรณ์แบบ ดังนี้
- พัฒนาระบบ Online Service System ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เน้นการเชื่อมโยงระบบบริการหลังการขายของศูนย์บริการมิตซูบิชิ อีเล็คทริค สำนักงานใหญ่ และศูนย์บริการแต่งตั้งทั่วประเทศไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้การติดต่อประสานงานในการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถติดตามความคืบหน้าในการให้บริการแก่ลูกค้าแต่ละรายได้แบบเรียลไทม์ทุกขั้นตอน
- พัฒนาระบบ Warranty Online Register ให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนรับประกันสินค้าออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการนำระบบ Online Service เข้ามาใช้ในการทำงาน และจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความพึงพอใจของลูกค้าทั้งกลุ่ม B2C และ B2B ได้มากยิ่งขึ้น
- พัฒนาระบบขนส่งโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยได้สร้างคลังสินค้าเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าทางภาคเหนือขึ้นที่จังหวัดลำปาง และสร้างคลังสินค้าในเขตภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้สามารถลดเวลาในการส่งมอบสินค้าได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ภายใต้นโยบาย “รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการจัดจำหน่ายโดยรวมมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้
แผนงานทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้บริโภคและสังคมตลอดระยะเวลา 51 ปี ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะต่อไปในอนาคต บริษัทยังคงไม่หยุดที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อส่งมอบให้กับผู้บริโภค จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ถึงเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่อยู่ในใจผู้บริโภคคนไทยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ