กลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric เดินหน้าเสริมแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค เอเชีย พีทีอี จำกัด (MEAP) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการขายและสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ได้เปิดสำนักงานผู้แทนการค้าอย่างเป็นทางการในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
พร้อมกันนี้ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้เปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการในกรุงพนมเปญเช่นกัน สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นระหว่างบริษัทในเครือของกลุ่ม Mitsubishi Electric การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการขยายตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยั่งยืน

โทชิมิตสึ อิโต ผู้แทนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปเปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการของบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค เอเชีย (MEAP) เผยว่า กัมพูชาเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยโครงสร้างประชากร ชนชั้นกลางที่ขยายตัว และความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงหลัง การเปิดสำนักงานผู้แทนการค้าในกรุงพนมเปญ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานทางธุรกิจระยะยาว แม้จะมีภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือหยุดชะงัก แต่บริษัทฯ ยังคงมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Mitsubishi Electric
สำนักงานผู้แทนการค้าที่กรุงพนมเปญมีเป้าหมายเพื่อเสริมการสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่น ยกระดับบริการลูกค้า และสร้างแบรนด์อิมเมจที่มั่นคงในตลาดกัมพูชา ก่อนที่จะขยายสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายในด้านผลิตภัณฑ์ ระบบ และโซลูชัน เช่น ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ และ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
ในส่วนของธุรกิจ เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Electric เน้นเจาะตลาดทั้งกลุ่มธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) ครอบคลุมตั้งแต่บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงระบบซับซ้อนในอาคารขนาดใหญ่ โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ของโลก และส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ, ยุโรป,ออสเตรเลีย และตลาดในอาเซียน เช่น กัมพูชา
ด้านธุรกิจ ลิฟต์ คัทสึยะ คาวาบาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเผยว่า ตลาดลิฟต์ในกัมพูชายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยส่วนใหญ่เป็นอาคาร 5-10 ชั้น แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีความต้องการอาคารสูงมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงพนมเปญและเมืองเศรษฐกิจหลักอื่นๆ

การเปิดสาขาในกรุงพนมเปญครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการให้บริการในระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มี ความปลอดภัย สะดวกสบาย มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านการติดตั้ง การซ่อมบำรุง และบริการหลังการขาย
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพนักงานในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีแผนขยายทีมงานและศูนย์บริการในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและมอบความพึงพอใจสูงสุด ทั้งนี้มองว่า กัมพูชาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เต็มไปด้วยโอกาส และพร้อมจะขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศ เช่น ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จะสร้างแรงกดดันต่อการส่งออก แต่บริษัทเชื่อมั่นว่า คุณภาพของสินค้าและความไว้วางใจจากลูกค้าในระยะยาว จะยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ แม้จะมีการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกับแบรนด์จากจีน แต่เรามองว่าลูกค้าในตลาดกำลังเติบโต ต้องการสินค้าที่ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และปลอดภัย ซึ่งกลยุทธ์ของมิตซูบิชิจะไม่เน้นยอดขายระยะสั้น แต่จะมุ่งสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว” นายอิโตะกล่าว
ขณะเดียวกัน ทั้งสองธุรกิจยังให้ความสำคัญกับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI และ IoT มาใช้กับเครื่องปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ตรวจจับความเคลื่อนไหว และจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงในลิฟต์ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน และแจ้งเตือนเพื่อการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน แต่ยังตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

การเปิดสำนักงานผู้แทนการค้าของ MEAP และการเปิดสาขาของ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในพนมเปญ สะท้อนถึงความสอดคล้องทางยุทธศาสตร์ในการสร้างเครือข่ายสนับสนุนธุรกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายระยะยาวเพื่อขยายสู่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่การลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างกัมพูชายังคงเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในระยะยาว
ปัจจุบัน MEAP มีเครือข่ายบริษัทในกลุ่มครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา โดยสำนักงานผู้แทนการค้าในประเทศกัมพูชาที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ ถือเป็นเครือข่ายล่าสุด จึงไม่เพียงเป็นการรุกตลาด แต่ยังเป็นการปูทางไปสู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจในอาเซียนอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และร่วมมีส่วนในการพัฒนาประเทศกัมพูชาให้เติบโตอย่างยั่งยืน