กว่า 36 ปี ที่ ฮอทต้า ดำเนินธุรกิจโดยยึดวิสัยทัศน์ “มุ่งวิวัฒนาการในทุกมิติ คงความเป็น 1 ในผู้นำตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรและอาหารที่สร้างเสริมสุขภาพเฉพาะทาง สุขภาพองค์รวม ตอบโจทย์ความต้องการตามยุคสมัย สู่ผู้บริโภคระดับสากล” รวมถึงการสร้างแบรนด์และทำการตลาดอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากผู้บริโภค ส่งผลให้ ฮอทต้า ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดและได้รับการโหวตจากผู้บริโภคให้เป็นอันดับ 1 จากการสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดอุปโภคและบริโภค กลุ่มเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป
เส้นทางการเติบโตของ ฮอทต้า ไม่ได้มาโดยง่ายเพราะการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องดื่มสมุนไพรประเภทขิง ถึงแม้ขิงมีคุณค่ามากมายจนเรียกว่าเป็นเครื่องดื่มสร้างสุขภาพองค์รวมได้ดีเยี่ยมก็ตาม แต่ด้วยภาพจดจำที่ดูเก่าแก่ไม่ทันสมัย และด้วยรสชาติความเผ็ดของขิง จึงไม่สามารถสอดแทรกขึ้นไปอยู่บนโต๊ะอาหารได้เหมือนกับชาหรือกาแฟ ทั้งๆ ที่ขิงช่วยย่อยเผาผลาญอาหาร และมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยมด้วย ซึ่งนั่นทำให้ คุณกาญจนา บำรุงกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิวคอนเซพท์ โปรดัคท์ จำกัด ตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องทำให้น้ำขิงกลายเป็น Daily Drink ให้ได้

“ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ ด้วยความหลากหลายสูตร มีส่วนผสมของคุณค่าที่แตกต่างต่อสุขภาพองค์รวมของผู้บริโภค ฮอทต้าจึงใช้การสื่อสารผ่านพรีเซ็นเตอร์คนดัง โดยเน้นจุดเด่นของตัวสินค้าที่นอกจากจะมีพระเอกเป็นขิงแล้วยังเสริมคุณค่าด้วยส่วนผสมอื่น เช่น ในยุคแรกมีการโปรโมทขิงผสมโสมผ่านพรีเซ็นเตอร์สามี - ภรรยาชื่อดังอย่าง คุณแดง ธัญญา และ คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เพื่อสื่อถึงคุณค่าของส่วนผสมทั้งขิงและโสมที่มีคุณค่ามากจนน้ำขิงหยดเดียวก็หกไม่ได้ ทำให้คุณอ๊อฟกล้าดุคุณแดง หลังจากนั้นก็มี คุณหนุ่ม ศรราม มานำเสนอคุณภาพของขิงฮอทต้า ผลิตจากขิงแก่สดอายุ 11-12 เดือน หรือการใช้ คุณก้อง สหรัถ นำเสนอฮอทต้า 4 สูตรที่ผสมคุณค่าอื่นที่แตกต่าง นอกจากนั้นยังมีพรีเซ็นเตอร์ตามยุคสมัย อาทิ คุณป๋อ ณัฐวุฒิ, คุณอั้ม อธิชาติ, คุณป้อง ณวัฒน์ จนมาถึงปัจจุบันเป็นคุณเต๋อ ฉันทวิชช์ มาโปรโมทเครื่องดื่มน้ำขิงกล่องพร้อมดื่มฮอทต้า คูล ด้วยคุณสมบัติบรรจุภัณฑ์ที่เป็นรุ่นนวัตกรรมกล่อง Tetra Pak ที่กักเก็บคุณค่าวิตามินและอื่นๆ ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการแช่ช่อง ชิลล์ อร่อยเย็น ชิลล์เวอร์ เพื่อรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก ดื่มง่าย”

“ตั้งแต่ปี 2021 เราออกโปรดักต์ใหม่ภายใต้ ฮอทต้า ฟิวชั่น HOTTA FUSION เครื่องดื่มสไตล์ใหม่ ดื่มได้ทุกเวลา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมสมุนไพรอื่นๆ ร่วมกับน้ำขิง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทั้งรสชาติที่แปลกและหลากหลายคุณค่าที่เพิ่มขึ้น เช่น ฮอทต้า ฟิวชั่น ชาเขียวมัทฉะผสมขิง, ฮอทต้า ฟิวชั่น มัทฉะลาเต้ผสมขิง และฮอทต้า ฟิวชั่น ขิงมะนาว ซึ่งล่าสุดปี 2022 เราได้ออกน้ำขิงพร้อมดื่มแบบกล่อง ฮอทต้า คูล HOTTA COOL ยิ่งแช่เย็นจัดๆ ยิ่งอร่อย ที่มีจินเจอร์รอลสูง ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน”
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา น้ำขิง ฮอทต้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภคเสริมภูมิคุ้มกันในการป้องกันโควิดได้ดี ส่งผลให้น้ำขิงได้รับอานิสงส์จากเทรนด์สุขภาพที่ผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มที่ให้คุณค่ากับตัวเองมากขึ้น แต่คุณกาญจนามองว่าการที่ ฮอทต้า ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และผลักดันสินค้าไปสู่ผู้บริโภค แต่สิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือการรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานจนสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้บริโภค การันตีได้จากการที่ น้ำขิงฮอทต้า ได้รับรางวัล Superior Taste AWARD จาก iTQi สถาบันรับรองด้านรสชาติและคุณภาพอาหารนานาชาติ และ BRC อีกหนึ่งมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารแก่ผู้บริโภคจากสหราชอาณาจักร รวมถึงมาตรฐาน PIC/S GMP มาตรฐานการผลิตยาที่เทียบเท่ามาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU-GMP) เพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผลิตภัณฑ์


นอกจากนี้ การวางแผนธุรกิจให้ทันกับการเติบโตในอนาคตรวมถึงการปรับตัวสอดรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยังมีส่วนทำให้ฮอทต้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จากการย้ายโรงงานไปยังนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรีในปี 2021 ทำให้ฮอทต้าสามารถผลิตสินค้ารองรับตลาดที่โตแบบก้าวกระโดดได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณกาญจนา เสริมว่า “คน” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ฮอทต้า ก้าวข้ามวิกฤตต่างๆ มาได้
“ช่วงโควิด-19 มีความต้องการในสินค้าน้ำขิงมากเกินคาด ทำให้พนักงานของเราต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการทำงานบนความเสี่ยงนี้ ทำให้เราต้องวางมาตรการในการดูแลพนักงานของเราอย่างเต็มที่ ให้เขามีที่พัก มีอาหาร ดูแลเรื่องของความปลอดภัย เพื่อไม่ให้พนักงานมีความเสี่ยงในการติดโควิด เพราะหากฝั่งโรงงานมีการติดโควิดก็จะต้องปิดโรงงาน นั่นเท่ากับเป็นการเสียโอกาสในการเติบโต ซึ่งเราต้องยอมรับว่าความร่วมแรงร่วมใจกันทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้โดยเรายึดวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า NCP VIP ตัว N คือ NCP Spirit จิตวิญญาณของชาว NCP C คือ Customers Centric การมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง P คือ Possibility Oriented ทุกอย่างเป็นไปได้ V คือ Value Creation การสร้างสรรค์อย่างมีคุณค่า I คือ Integrity คุณธรรม จริยธรรม สุดท้าย คือ P Professional ความเป็นมืออาชีพ ทั้งหมดทำให้ ฮอทต้า สามารถก้าวผ่านวิกฤต”
ในปีนี้ ฮอทต้า ตั้งใจรุกทุกช่องทางเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคอนเซ็ปต์ “ทำสิ่งที่เก่งให้แข็งแรงที่สุด” เนื่องจากมองว่าปัจจุบันไลฟ์สไตล์กับความสนใจของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หากแบรนด์เข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทางก็จะสามารถสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้น

“ในยุคนี้ทำงานต้องเร็วและหลากหลาย เรามีปรัชญาในการทำธุรกิจที่มองว่า กำไรมิใช่เป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริง แต่เป็นแค่ตัวกลางให้บรรลุจุดมุ่งหมายเท่านั้น จุดหมายที่สำคัญของเรา คือเพื่อความมั่นคงยั่งยืนต่อเนื่องมากกว่า เราจึงเน้น 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ต้องพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายและมีคุณภาพ โดยยึดความพึงพอใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สอง ต้องเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้รองรับและทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงเร็ว สาม เน้นการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนของโลกที่ไม่แน่นอน เช่น เรามีการลงทุนเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ Data Center ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ลดการสูญเสียลง การลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวต้องมีความสมดุลและถูกจังหวะ ทั้งหมดจะทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” สุดท้ายการจะรักษาความเป็นที่ 1 ได้ คุณกาญจนาให้ข้อคิดว่า ต้องพัฒนาสินค้าให้หลากหลายโดนใจผู้บริโภค นอกจากนี้ต้องซื่อสัตย์กับผู้บริโภค รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโลกยุคดิจิทัลโดยยึด 3 เรื่องที่สำคัญ
คือ “กว้าง ลึก เร็ว” กว้าง หมายถึงต้องมีความรู้ให้กว้าง ลึก หมายถึงการนำข้อมูลมาสังเคราะห์ให้ได้ความลึกเพื่อวางแผนตามเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น สุดท้ายคือ เร็ว หมายถึงต้องมีความเร็วในการนำไปปฏิบัติอย่างรวดเร็วทันกาล และเชื่อว่าทั้ง 3 ข้อจะเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่พาให้องค์กรสามารถรักษาความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภคได้ ®
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.hottaginger.com