สัปดาห์ที่แล้ว ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติเดนมาร์กแถลงว่า รายได้ปี 2565 เพิ่มขึ้น 17% แตะ 6,460 ล้านโครนเดนมาร์ก หรือประมาณ 9,280 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 300,000 ล้านบาท)
แม้ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ทั้งสงครามยูเครนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น LEGO ผู้ผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่ของโลกก็ยังเติบโตได้สูง และแข็งแกร่ง
'LEGO' เป็นตัวย่อของคำ 2 คำในภาษาเดนมาร์ก คือ "leg godt" แปลว่า "เล่นให้สนุก" ซึ่งเป็นทั้งชื่อ และ Purpose ของแบรนด์ ทั้งนี้ LEGO Group ก่อตั้งในปี 1932 โดย Ole Kirk Kristiansen บริษัทได้ส่งต่อจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ปัจจุบันมี Kjeld Kirk Kristiansen หลานของผู้ก่อตั้งเป็นเจ้าของ
LEGO เป็นหนึ่งในบริษัทของเล่นที่ทำกำไรมหาศาลช่วงเกิดโรคระบาด หลักๆ จากการปรับกลยุทธ์ซัพพลายเชน ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น พวกเขาลดต้นทุนบางส่วนด้วยการตั้งโรงงานผลิตใกล้กับตลาดสำคัญๆ เช่น ปัจจุบันตลาดสหรัฐได้รับผลิตภัณฑ์จากโรงงานในเม็กซิโก ห่วงโซ่ดังกล่าวจะสั้นยิ่งกว่านี้ในอีก 2 ปีข้างหน้า จากการเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเวอร์จิเนีย
Niels Christiansen ซีอีโอชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ LEGO และสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งนี้ประมาณ 48% ของพอร์ตโฟลิโอในปี 2565 เป็น New Item ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเพิ่มชุดผลิตภัณฑ์สดใหม่ ผูกพันกับผู้บริโภคทุกคน หนุนจากธีมทันสมัย ทันเหตุการณ์ จากเรื่องราวของค่ายมาร์เวล ดีซี แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฯลฯ ตัวต่อบางชุดยังผูกกับรายการทีวียอดนิยมอย่าง "Stranger Things" เป็นต้น
การแพร่ระบาดอาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อ LEGO มากขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ แต่ยอดขายที่เพิ่มมาจากผลประโยชน์จากการลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และตลาดใหม่ๆ คือตลาดจีนด้วย
Christiansen เพิ่มเติมว่า การเข้าชมสินค้าในร้านเริ่มเกินระดับปี 2562 แล้ว และสังเกตได้ว่าประสบการณ์การได้หยิบจับของจริงในร้านยังคงสำคัญสูงสำหรับแบรนด์ LEGO เพราะลูกค้าสามารถเลือกหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และจับตัวต่อของจริง
นอกจากนั้น พนักงานได้รับการอบรมไม่ให้เร่งทำยอดขายอย่างเดียว แต่เน้นให้ประสบการณ์มากกว่า กลยุทธ์นี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าจะทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกเชิงบวกเกี่ยวกับแบรนด์ เป็นความประทับใจเมื่อพวกเขาต้องการซื้อของเล่นในอนาคต
แนวคิดข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ร้านค้าแบบดั้งเดิมยังคงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของแบรนด์ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา LEGO ได้รุกเข้าสู่ตลาดจีน โดยเปิดร้านค้าจริงหลาย 10 แห่ง
ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา กล่าวได้ว่า LEGO ได้กลายเป็น “วัฒนธรรม” ไปแล้ว แต่ผู้ปกครองในจีนกลับไม่ได้โตมาพร้อมตัวต่อที่มีหลากสี การมีสถานที่ที่เด็กๆ สามารถไปหยิบตัวต่อ และภาพที่สร้างสำเร็จแล้วจึงช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก
“เด็กๆ จะได้เห็นว่าเลโก้คืออะไร และเล่นอย่างไร” Christiansen กล่าว "เพราะนี่เป็นแบรนด์ที่ก่อร่างสร้างจากการสัมผัส ได้หยิบจับของจริง”
ปี 2565 LEGO เปิด Flagship Store ในเลสเตอร์สแควร์ในลอนดอน ปัจจุบันเป็นร้าน LEGO® ใหญ่ที่สุดในโลก ปีเดียวกันนี้เอง เปิดร้านใหม่รวม 155 แห่ง ทำให้ปัจจุบัน มีร้านค้าแบรนด์ LEGO 904 แห่งทั่วโลกโดย 95 แห่งอยู่ในจีน
Christiansen สรุปว่า เป็นเวลากว่า 90 ปีที่ LEGO Group ได้ช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะที่สามารถกำหนดอนาคตของพวกเขา เช่น ทักษะการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และความยืดหยุ่นที่มาพร้อมกับการเล่นแบบปลายเปิดด้วยตัวต่อเลโก้
“การสร้าง การเลิกสร้าง และการสร้างใหม่ ทักษะเหล่านี้สำคัญมากกว่าที่เคย เด็กสมัยนี้จะมีงานที่ยังไม่มีใครคิดค้นได้ทำ และเผชิญกับความท้าทายที่เราคาดไม่ถึง สิ่งสำคัญที่พวกเขาจะได้เรื่องหนึ่ง คือทักษะการเปลี่ยนแปลงให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งพัฒนาได้ตั้งแต่อายุยังน้อยผ่านการเล่น”
“ประโยชน์เหล่านี้ของการเล่น คือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราทุกวัน ที่ LEGO Group เรามีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นพลังระดับโลกสำหรับการเรียนรู้ผ่านการเล่น และนั่นเป็นแนวทางที่เรายังคงลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในปัจจุบันและอนาคต”
ที่มา
cnbc.com/lego.com