การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้โลกเปลี่ยนไปมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้ชีวิตสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดายผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งเทคโนโลยีนี่เองที่เป็นเหมือนการเหยียบคันเร่งให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นภาวะที่หลายคนอาจจะคุ้นหูและเคยผ่านตากันอยู่บ้างที่เรียกว่า VUCA (ย่อมาจากคำว่า Volatile ความผันผวน Uncertain ความไม่แน่นอน Complex ความซับซ้อน และ Ambiguous ความคลุมเครือไม่ชัดเจน)
VUCA World ทำให้องค์กรทั่วโลกต้องเรียรู้และปรับตัว รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาวะเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลแค่ในมุมมองเศรษฐกิจหรือการบริหารจัดการเท่านั้น แต่มีตัวอย่างให้เห็นแล้วถึงการปรับตัวของแบรนด์
เคสที่จะเล่าให้ฟังนี้อยู่ใกล้ๆ ตัวเรานี่เอง เป็นแบรนด์ไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานกว่า 75 ปี แบรนด์ที่พูดถึงนี้คือ “กรุงศรี” แบงก์อันดับ 5 ของไทย หนึ่งตัวอย่างของแบรนด์ที่มีจุดเริ่มของการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่จากโจทย์การเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน และการผันผวนของโลก
จากกรุงศรี “เรื่องเงิน เรื่องง่าย” สู่ “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน”
เท่าที่ทราบ กรุงศรี มีแผนธุรกิจระยะกลาง แต่ละฉบับมีระยะเวลา 3 ปี ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนแผนที่ที่ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร ทำให้องค์กรต้องพิจารณาปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยรอบอยู่เสมอ เพื่อมาเช็คทิศทางการดำเนินงานของตนเอง เรื่องแบรนด์ดิ้งก็เช่นกัน เมื่อการเข้ามาของสถานการณ์โควิด และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและโลกการเงินทำให้กรุงศรีกลับมาเช็คจุดยืนของแบรนด์ตนเอง ด้วยคำถามง่ายๆ แต่กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
“ความง่าย” (Simplicity) เป็นสิ่งที่ลูกค้ายังคงมองหาอยู่หรือเปล่า?
แบรนด์กรุงศรี มีอยู่เพื่ออะไร และเป็นทำหน้าที่อะไรให้กับลูกค้าและสังคม? ท่ามกลางความวุ่นวายของโลก และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สิ่งที่กรุงศรีพบคือ ผู้บริโภคมองหาและอยากได้
“ความง่าย” เพราะรู้สึกว่าทุกวันนี้ชีวิตตัวเองไม่ได้ง่าย เทคโนโลยีที่มากมายกลับทำให้คนจำนวนมากต้องวิ่งไล่ตาม เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด ที่เหมาะสมที่สุด การเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารจำนวนมาก กลับทำให้เกิดภาวะ overwhelming มากจนไป ทุกอย่างกำลังกินเวลาชีวิต การอยู่เฉยๆ และได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ เป็นเรื่องยาก ที่ต้องจัดสรรเวลาและใช้ความพยายาม
ดังนั้นความง่ายที่แบรนด์กรุงศรีได้ฟูมฟัก DNA นี้มาอย่างยาวนาน ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ความท้าทายอยู่ที่ “ความง่าย” ต้องไม่ใช่แค่เรื่องการเงินเท่านั้นที่ง่าย… ผู้บริโภคมองหาสิ่งที่เป็นสเกลยิ่งใหญ่กว่าเรื่องการเงิน
อ่านมาถึงตรงนี้คงมีคำถามว่า กรุงศรี เป็นสถาบันการเงินและให้บริการทางการเงินจะขยายแบรนด์ตัวเองให้สามารถตอบโจทย์ชีวิตง่ายได้จริงหรือ
แม้แบรนด์กรุงศรีคือการเป็นสถาบันการเงิน แต่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีของโลกการเงินไปมากแล้ว การใช้จ่าย การซื้อขาย การท่องเที่ยว การเดินทาง หรือแม้กระทั่งการบริจาคเงิน ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมๆ แล้ว ทุกโมเมนต์ของชีวิตผู้บริโภคถูกยึดโยงไว้กับโลกการเงินแบบแนบสนิท
กรุงศรีจึงมองว่า การปรับเปลี่ยนแบรนด์ครั้งนี้ กรุงศรีจะไม่ยึดโยงความง่ายของตนเองไว้เพื่อเพียงแค่ทำให้ลูกค้าและผู้บริโภคง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และคล่องตัวขึ้นเฉพาะแค่เรื่องการเงิน แต่จากนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโซลูชันที่กรุงศรีส่งออกมาสู่ลูกค้าและ ผู้บริโภคจะมี Core concept หรือพื้นฐานแนวคิดที่มุ่งทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น
ท่ามกลางความวุ่นวายของโลก กรุงศรีจะไม่เพิ่มดีกรีความซับซ้อนให้ชีวิตลูกค้า แต่จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ลูกค้าเดินหน้าและไปต่อได้ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าบุคคลหรือลูกค้าธุรกิจไซส์ไหน
เป็นหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่มีแก่นความคิด เหตุผล และที่มาที่ไปที่น่าสนใจ แต่หลังจากการประกาศปรับเปลี่ยนแบรนด์และทยอยสื่อสารเรื่องนี้ออกมาให้คนรับรู้ บทพิสูจน์ต่อไปของกรุงศรีคือ การลงมือทำต่อเนื่องและพิสูจน์ให้ลูกค้าและผู้บริโภคเห็นว่า “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” เมื่อมีกรุงศรีเป็นตัวช่วยจริงหรือไม่
ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/3KMiH6C