ความน่าสนใจของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ไม่ใช่แค่เป็นการลงทุน 6,000 ล้านบาทของเซ็นทรัลพัฒนาเพื่อพลิกโฉมย่านราชพฤกษ์ด้วยแนวคิด Reinventing the Neighborhood เพื่อยกระดับฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ให้เป็นย่าน Upper-Class Lifestyle เท่านั้น
แต่ศูนย์การค้าแห่งนี้ถูกวางไว้ให้เป็นต้นแบบของศูนย์การค้า Low Carbon ที่ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนในรูปแบบของ The Evolution of Semi-Outdoor Retail Model ที่ผสมผสานพื้นที่สีเขียวเป็นกรีนพาร์กของเมืองด้วยแนวคิด Inside-Out ที่นำธรรมชาติจากด้านในสู่ด้านนอก ด้วยการออกแบบหน้าอาคารแนวใหม่ที่เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศน้ำตก รวมถึงมีพื้นที่กิจกรรมเอาท์ดอร์สำหรับครอบครัวและพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น รวมถึงการเป็นศูนย์การค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวคิดในการทำศูนย์การค้า Low Carbon นี้ อยู่ในแผนความยั่งยืนของเซ็นทรัลพัฒนาที่วางโรดแม็บของแผนธุรกิจ 5 ปี (2566-2570) ที่จะมีการลงทุนด้าน Sustainability กว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งมิติ People และ Planet พร้อมเดินหน้าตามแผนและเตรียมเผย Green Initiatives ใหม่ๆ ได้แก่ ริเริ่ม Green Partnership เตรียมจับมือการไฟฟ้าหรือ MEA และ SCG ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ร่วมกับร้านค้าและพันธมิตรตั้งเป้าไว้กว่า 100 ราย รวมถึงการทำศูนย์การค้า Low Carbon อย่างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ นี้ด้วย

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา บอกกับเราว่า การดีไซน์ศูนย์การค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญมาตลอด ด้วยการนำแนวคิดในการพัฒนาศูนย์การค้าที่เป็น Semi – outdoor อย่างเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล ศรีราชา ซึ่งหลังจากนี้จะมีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ตามมาอีก อาทิ เซ็นทรัล กระบี่ ที่จะเปิดในไตรมาส 4 ปีหน้า
เขายกตัวอย่างของเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ให้เห็นว่า การเป็นศูนย์การค้า Semi – outdoor ของเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ทำให้ สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 30% ส่วนเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ที่ดีไซน์ให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศได้ค่อนข้างดีนั้น น่าจะช่วยทำให้ตัวเลขการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นไปเป็น 40%
ก่อนหน้านั้น เซ็นทรัลพัฒนามีการออกมาให้ข่าวถึงเรื่อง Journey to NET Zero 2050 ซึ่งล่าสุดมีความก้าวหน้าต่อ เนื่องตามแผนในด้านต่างๆ อาทิ Energy การใช้พลังงานสะอาด ติดตั้ง Solar Rooftop สำเร็จแล้ว 50% ของจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด โดยในปี 2024 จะติดตั้งให้ครบทุกสาขา 100%, Water ลดการใช้น้ำ ใช้น้ำซ้ำ และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมติดตั้งระบบผลิตน้ำรีไซเคิล จำนวนรวม 19 โครงการ, Waste สามารถแปลงขยะเพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบได้ปริมาณกว่า 18,000 ตัน สัมฤทธิ์ผลที่ร้อยละ 127 เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ และ Air ดูแลคุณภาพอากาศให้ได้มาตรฐาน และยกระดับมาตรการ PM2.5 เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือการดีไซน์ศูนย์การค้าในปัจจุบันนี้จะให้ความสำคัญกับ Stakeholder หรือผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นลูกค้าหรือคนในชุมชน โดยมีการทิ้งสเปซของพื้นที่เพื่อตอบโจทย์พวกเขา อาทิ การมีพื้นที่ที่เป็นลู่วิ่ง หรือที่ขี่จักรยานออกกำลังกาย การมีพื้นที่สีเขียว เป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตที่การทำศูนย์การค้าจะมองถึงเรื่องของ Space Management หรือการบริหารพื้นที่เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมามากที่สุด
ขณะที่เรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น ในมุมมองของ ดร.ณัฐกิตติ์ มองว่า คนไทยเริ่มมีการตระหนักรู้ แต่ยังมี Action กับเรื่องนี้ไม่เท่าไร อย่างเรื่องการแยกขยะ เป็นต้น ผู้พัฒนาศูนย์การค้า จึงต้องมีบทบาทที่ชัดเจนทั้ง Educate-Enable-Engage ในการร่วมสร้าง Green Citizens หรือคนที่มี Eco-Conscious Lifestyle ให้กับโลกใบนี้ผ่านในทุก Touchpoint ทั้งการจัดกิจกรรม ผ่านการริเริ่ม Green Initiatives ต่างๆ ได้แก่ เตรียมนำกรีนเอ็กซ์โป “Better Futures Project” ไปโรดโชว์ที่สาขาอื่นๆ เช่น เซ็นทรัล พระราม 9 และพิษณุโลก, งานกรีนมาร์เก็ต “Better Market” รวบรวมทั้งอาหาร สินค้าของตกแต่งบ้าน เตรียมจัดที่เซ็นทรัลเวิลด์, อีสต์วิลล์, พระราม 3 และเวสต์วิลล์, รวมถึงการดีไซน์ศูนย์การค้าในรูปแบบ Low Carbon อย่างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ที่จะเปิดในไตรมาส 4 ปีนี้
เป็นอีกการตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนผ่านไปยังลูกค้าที่คาดว่าจะเข้ามาใช้ชีวิตในศูนย์การค้าของเครือเซ็นทรัลพัฒนาที่ตัวเลขจะขยับไปที่ 1.8 ล้านคนต่อวันในอีก 5 ปีข้างหน้านี้.....