BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,731
VIEWS

บรีส - แอทแทค เมื่อผลิตภัณฑ์ซักผ้าสู้กันด้วย Brand Purpose

มิ.ย. 01, 2566 R.Somboon
สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า ถือเป็นอีกตลาดที่มีความน่าสนใจไม่น้อย จากข้อมูลของคาโอ เจ้าของแบรนด์ แอทแทค พบว่า มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ซักผ้าปี 2022 โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2021 โดยมีมูลค่า 18,300 ล้านบาท โดยมีมองว่าภายในปี 2025 มูลค่าตลาดโดยรวม จะไปถึง 19,500 ล้านบาท
 
การเติบโตที่น่าสนใจของตลาด ตามมาด้วยการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งตลาดนี้ถูกถือครองโดยยูนิลีเวอร์ ที่มีแบรนด์หลักอย่างบรีส ครองความเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้น อีกแบรนด์ในพอร์ตอย่างโอโม ก็ยึดครองตำแหน่งท็อป 3 ของตลาดได้อย่างเหนียวแน่นเช่นกัน
 
สิ่งที่น่าสนใจก็คือนอกจากการมีหน่วยสนับสนุนที่ดีทั้งในเรื่องของการตลาดและระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งแล้ว    ในฐานะของผู้นำตลาดที่เป็นแชมป์มาอย่างยาวนาน ในแง่มุมของการสื่อสาร หรือการทำ Branding ของบรีส มีการก้าวข้ามจากแค่การการนำเสนอด้าน Functional ของสินค้า ในแง่ของพลังซักหรือพลังกำจัดคราบ มาสู่การนำเสนอเรื่องของ Emotional Value โดยเฉพาะในมุมของการนำเรื่องของ Brand Purpose เข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อน
 
ยูนิลีเวอร์ เจ้าของแบรนด์บรีส มีเป้าหมายในการทำธุรกิจอยู่ 3 เรื่องสำคัญคือ 1.การทำให้คน 1,000 ล้านคน มีชีวิตที่ดีขึ้น 2.ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และ 3.ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะร้อยเรียงและนำไปสู่การสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับธุรกิจ ผู้บริโภค และสังคม
 
ยูนิลีเวอร์ ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า FMCG ที่ใช้เรื่องของ Insight ของผู้บริโภคเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำตลาด เช่นเดียวกับเรื่องของการทำ Brand Purpose ที่ในบ้านเรา ยูนิลีเวอร์มีการเลือก 4 แบรนด์อย่างบรีส โอโม ซันไลต์ และโดฟ เข้ามาทำในเรื่องของ Brand Purpose โดยจับเอาสิ่งที่เป็นเรื่องที่ผู้บริโภควิตกกังวล เข้ามาเป็นโจทย์เพื่อเข้าไปทำให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
การทำ Brand Purpose ของบรีสนั้นจะจับเอา Insight ของบรรดาแม่บ้านเข้ามาเป็นตัวตั้ง โดยคนที่เป็นแม่กังวลว่า การออกไปเล่นซนของลูกๆ จะทำให้เสื้อผ้าสกปรกและซักออกได้ยาก บรีสจึงพยายามเข้าไปเปลี่ยนทัศนคติหรือมุมมองนี้ใหม่ โดยกระตุ้นให้กล้าที่จะปล่อยให้ลูกๆ ของพวกเขาออกไปเล่น เพราะการเล่นคือการเรียนรู้อย่างดี 
ส่วนเรื่องของความสกปรกของเสื้อผ้าลูกๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบรีส เป็นการเข้าไปช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับลูกค้าของตัวเองได้เป็นอย่างดี โดยทั้งลูกค้าและแบรนด์บรีสต่างมีเป้าประสงค์ หรือ Purpose ที่ตรงกันในเรื่องของการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับลูกๆ ผ่านการออกไปมีประสบการณ์ในการเล่นนอกบ้าน
 
การเลือกสื่อสารถึงการมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจนของบรีสจะเข้ามาช่วยสร้างการเชื่อมโยงด้านอารมณ์ไปนำไปสู่การเป็น Brand Love ในที่สุด ซึ่งตลาด FMCG เป็นตลาดหมุนเวียนไวและสินค้าของทุกแบรนด์ในตลาดสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ดังนั้นแบรนด์ที่่คนรักมากที่สุดจึงได้เปรียบที่สุด
 
แน่นอนว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์จึงต้องมี Brand Purpose มีจุดมุ่งหมายว่าแบรนด์ของเราจะช่วยเติมเต็มผู้บริโภคในด้านไหน ซึ่งจะทำให้เกิด Brand Love หรือคนที่รักแบรนด์ของเราโดยอัตโนมัติ เมื่อแบรนด์มีปัญหา ผู้บริโภคก็จะเป็นฝ่ายปกป้องแบรนด์ของเราเอง แนวทางนี้จึงเกิดเป็น Unilever Sustainable Living Plan: USLP แนวปฏิบัติของยูนิลีเวอร์มาจนถึงปัจจุบัน
 
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าบรีสจะแค่สื่อสารเรื่องของ Emotional เพียงอย่างเดียว ในแง่ของ Functional ของสินค้านั้น บรีสมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพยายามเข้ามาเซ็ตเทรนด์ในเรื่องนี้เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ด้วยการปรับสูตรของผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อมมากขึ้นในผลิตภัณฑ์สูตรน้ำทุกตัวที่มีการเริ่มใช้ส่วนผสม เอนไซม์ที่สกัดมาจากธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้ เป็นต้น


แอทแทค รีแบรนด์ครั้งใหม่
มุ่งสู่ที่ 2 ของตลาดน้ำยาซักผ้า
 
 
แม้บรีสจะเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าอย่างแข็งแกร่ง แต่แบรนด์แอทแทคของค่ายคาโอ ก็ถือเป็นผู้ที่เข้ามาเปิดตลาดผงซักฟอกสูตรเข้มข้นของบ้านเราเมื่อร่วม 40 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นถือว่าเขย่าตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าในบ้านเราแบบน่า สนใจ เพราะนอกจากแอทแทคจะครองความเป็นผู้นำในตลาดผงซักฟอกสูตรเข้มข้นแล้ว ยังทำให้ผู้นำตลาดอย่างบรีสต้องใช้เวลาพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะตั้งตัวได้ และเปิดเกมไล่บี้จนชิงตำแหน่งผู้นำในเซ็กเม้นต์ดังกล่าวได้
 
การกลับมารีแบรนด์ครั้งใหญ่ของแอทแทคในช่วงที่ผ่านมาจึงชวนติดตามไม่น้อย เพราะมีเป้าหมายในการขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำของบ้านเรา
 
ในครั้งนี้ แอทแทคเลือกปรับวิธีการสื่อสาร ด้วยการส่งมอบ Life Value ให้คนไทย ผ่านแนวคิด “Brighten Your Day with True Cleanliness” ทำให้การซักผ้าของคุณเหลือเพียงขั้นตอนเดียว ด้วยเทคโนโลยี Microwash ที่ช่วยซอกซอนลึกถึงใยผ้า ลดแช่ ลดขยี้ สะอาดง่ายแม้ขั้นตอนเดียว พร้อมสนับสนุนแนวคิด ESG (Environment / Social / Governance) ส่งเสริมการลดใช้พลาสติกและเคมีในอุตสาหกรรม และทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมชูกลยุทธ์การตลาด Drive by New Product Value และ Drive by Presenter & Friends of Attack ที่เป็นการพลิกแง่มุมในการสื่อสารผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ไม่หยุดนิ่งแต่ปรับตัวตามไลฟ์สไตล์ผู้คนที่เปลี่ยนไป ซึ่งมีเวลาน้อยในการทำงานบ้าน แต่ยังอยากได้ผลลัพธ์ด้านความสะอาดที่ดีเยี่ยม จึงพลิกโฉมตัวเองเพื่อเป็นตัวช่วยในการประหยัดเวลาและทำให้ชีวิตของผู้บริโภคสะดวกสบายยิ่งขึ้น
 
เรียกได้ว่า นำเรื่องของ Functional มาต่อยอด Emotional เพื่อผลักดันให้แบรนด์แอทแทคก้าวไปเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดย มร.ยูจิ ชิมิซึ  ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า ความโดดเด่นของแอทแทคใหม่ในครั้งนี้ คือการเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาด้านงานซักให้กับครอบครัวยุคใหม่ ที่มาพร้อมกับความง่าย สะดวกสบาย และมอบประสบการณ์งานซักที่สะอาดประทับใจได้ในทุกวัน โดยสร้างสรรค์แอทแทคสูตรใหม่ด้วยเทคโนโลยี    ไมโครวอช (Microwash) ที่ช่วยลดขั้นตอนการซัก ไม่ต้องแช่ ไม่ต้องขยี้ “แค่กดซัก” ปุ่มเดียว ก็ยังคงได้รับผลลัพธ์ความสะอาดอันยอดเยี่ยมทำให้ สิ่งที่แอทแทคใหม่เป็น จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และคุณค่าในโลโก้ใหม่ของเราและสะท้อนถึงการให้ความ สำคัญกับคุณค่าของชีวิต (Life Value) ของผู้คนมากขึ้น
 
“เราเชื่อว่า การที่แบรนด์จะส่งมอบคุณค่าที่ดีสู่ผู้บริโภค ต้องมาจากความเข้าใจอันลึกซึ้งถ่องแท้และความ เห็นอกเห็นใจต่อความยากลำบากในการดำรงชีพ รวมถึงมองเห็นปัญหาที่พวกเขาอาจจะละเลยไป โดยเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหาเคียงข้างพวกเขา สิ่งเหล่านี่คือกุญแจดอกสำคัญที่ผลักดันให้เราเกิดการพัฒนาแนวคิดสินค้าและประสบการณ์ใหม่เพื่อช่วยให้ผู้คนมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ของเรา และเราจะไม่หยุดเรียนรู้และทุ่มเทที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้วยนวัตกรรมที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่เป้าหมายในการยก ระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนให้ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้”


การปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของแอทแทคครั้งนี้ มีเป้าหมายสูงสุดคือเป็น Top of Mind โดยได้วางแผนการตลาดอย่างรัดกุมและครอบคลุม ซึ่งคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทั้งทาง Online และ Offline
 
ในฝั่ง Offline ได้เพิ่มโอกาสในการทดลองใช้สินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ผ่านการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง รวมถึงการใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ อย่าง หมาก ปริญ ซึ่งมีคาแร็กเตอร์ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และเป็นตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ มาช่วยดึงความสนใจจากผู้บริโภค  อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ให้ไปถึงผู้บริโภคผ่านสื่อ Out of Home ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
 
ส่วน Friends of Attack ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แบรนด์นำมาใช้ในการสื่อสารครั้งนี้ โดยเกิดจากไอเดียที่ทางแบรนด์อยากสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรุ่นใหม่ จึงมองหาคนที่จะเป็นตัวแทนในการสื่อสารออกไป นำร่องโดย คริส พีรวัส และ เต ตะวัน ในขณะที่ฝั่ง Online ก็ได้ทำโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของผู้บริโภคอีกด้วย
 
แอทแทค มองว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าเริ่มกลับมาเติบโตขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติแล้วหลังจากวิกฤตการณ์โรคระบาด 2 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่ามูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ซักผ้าปี 2022 โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2021 โดยมีมูลค่า 18,300 ล้านบาท และแอทแทคมองว่าภายในปี 2025 มูลค่าตลาดโดยรวม จะไปถึง 19,500 ล้านบาท  ทั้งนี้ Segment ที่โดดเด่นและเติบโตต่อเนื่องทุกปียังคงเป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ
 
เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในแง่ Emotional อย่างเรื่องของกลิ่นหอม และในแง่ Functional ในด้านความสะอาด ความสะดวก และช่วยประหยัดเวลาในการซัก อีกทั้งผู้บริโภคยังให้ความสนใจและตื่นเต้นกับการทดลองสูตรใหม่ๆ อยู่เสมอ
 
ทำให้มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำปี 2022 ที่ผ่านมาสูงถึง  7,000 ล้านบาท หรือเติบโตเป็น 20% จากปี  2021 ในอนาคตทางแบรนด์คาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำจะยังมีการแข่งขันที่คึกคักต่อเนื่อง และเป็น Segment ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 1  ซึ่งการรีแบรนด์ครั้งนี้ของแอทแทคจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพของสินค้าต่อผู้บริโภคมากขึ้น โดยได้ตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2023 ไว้ที่ 3,220 ล้านบาท หรือเติบโตเป็น 12% จากปีก่อน ส่วนแผนระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า แบรนด์ต้องการเป็นอันดับ 2 ในตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำ
 
การขับเคี่ยวในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อสู้กันทั้งเรื่องของ Functional และ Emotional อย่างครบทุกรสชาติ โดยเฉพาะกับในมุมของการนำเสนอเป้าประสงค์ของแบรนด์ หรือ Brand Purpose ที่ในครั้งนี้ แอทแทคหวังกลับมาเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ของตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าในบ้านเรา.....


เรียนรู้กลยุทธ์ “Trade Up - Trade Down” สัมพันธ์กับกำลังซื้ออย่างไร ใช้แบบไหนถึงได้ผลดีสุด

บรีส ปฏิวัติวงการซักผ้า! เปิดตัวสูตรป้องกันสีตก เทคโนโลยีใหม่ ขจัดคราบหนัก ซักรวมได้ในถังเดียว

Unmet Need สำคัญกับการทำตลาดอย่างไร มองผ่านกรณีศึกษาของ “บรีส”

บรีส - แอทแทค เมื่อผลิตภัณฑ์ซักผ้าสู้กันด้วย Brand Purpose

“บรีส เบบี้” เมื่อผู้นำ หันมาสนใจตลาดผลิตซักผ้าสำหรับเด็ก

“บรีส เอกเซล” ชูจุดขาย “พลังสะอาดที่เหนือกว่า ด้วยเอนไซม์ธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อโลก”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact