ความน่าสนใจของตลาดค้าปลีกไซส์เล็กในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้โฟกัสแค่การขยายสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นของเซเว่น อีเลฟเว่นเท่านั้น แต่ที่ถูกจับตามองก็คือ การเปลี่ยนแปลงของร้านแฟมิลี่มาร์ท ที่ได้สิทธิการทำตลาดโดยเซ็นทรัล รีเทล และกำลังจะหมดสัญญาในปี 2566 นี้ โดยมีทีท่าว่าเซ็นทรัล รีเทล คงไม่ขยายสัญญาออกไป
และนั่นอาจจะถึงเวลาของการโบกมือลาตลาดค้าปลีกไทยอย่างเป็นทางการของอีกแบรนด์ค้าปลีกสายเลือดซามูไร...
ทำให้เราได้เห็น การทยอยปิดสาขาของแฟมิลี่มาร์ทในส่วนที่มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่นักเฉลี่ย 100 – 120 ตร.ม.โดยเฉพาะสาขาที่หมดสัญญากับแฟรนไชส์ของตัวเอง ซึ่งขนาดของร้านคอนวีเนียน สโตร์ ในไซส์ดังกล่าวถูกมองว่าไม่ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคชาวไทย ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้บริการทั้งเรื่องของที่จอดรถ และความหลากหลายของสินค้าที่มีมากขึ้น
การทยอยปิดสาขาของแฟมิลี่มากในช่วงที่ผ่านมา เป็นเสมือนการส่งสัญญาณให้เห็นถึงการถอนแบรนด์นี้ออกจากตลาดค้าปลีกบ้านเราในอนาคตอันใกล้ภายหลังการหมดสัญญากับแฟมิลี่มาร์ท ญี่ปุ่น การส่งสัญญาณของการปรับยุทธศาสตร์ในการรุกตลาดค้าปลีกไซส์เล็กของเซ็นทรัล รีเทล ยังรวมถึง การเริ่มที่จะมีการปรับเปลี่ยนบางสาขาที่เป็นของเซ็นทรัล รีเทล ให้มาเป็นท็อปส์ ที่เป็นค้าปลีกไซส์เล็กในรูปแบบของมินิซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายสาขามากขึ้น

ท็อปส์ มินิซูเปอร์มาร์เก็ต เป็น 1 ในฟอร์แมทของท็อปส์ ที่ถูกใช้ในการเข้าถึงลูกค้าในชุมชนต่างๆ ก่อนหน้านั้น ใช้ชื่อแบรนด์ว่า ท็อปส์ เดลี่ ก่อนที่จะรีแบรนด์ใหม่ เหลือเพียงชื่อท็อปส์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนในช่วงของการประกาศรีแบรนด์ท็อปส์ครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนในครั้งนั้น ยังมีการเปลี่ยนสีจากสีเหลืองมาเป็นสีแดงซึ่งเป็นสีหลักของแบรนด์ท็อปส์
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการปรับรูปแบบการนำเสนอด้วยการนำคอนเซ็ปต์การจัดเรียงสินค้าในรูปแบบของ “Room Concept” ที่มีการจัดหมวดหมู่สินค้าออกมาอย่างชัดเจน เพื่อช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปให้กับลูกค้า โดยเป็นการย่อส่วนการจัดดิสเพลย์สินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหญ่ที่ใช้รูปแบบดังกล่าวลง และเหลือหมวดหมู่สินค้าที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าในแต่ละชุมชน
จุดแข็งอย่างหนึ่งของท็อปส์ในการรุกตลาดค้าปลีกไซส์เล็กก็คือ การเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีการนำเสนออาหารสดและอาหารพร้อมทานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยการขยายสาขาเข้าไปหาลูกค้าในชุมชน ซึ่งมีความสมบูรณ์แบบมากกว่า เพราะมีทั้งอาหารในกลุ่มพร้อมทานและพร้อมปรุง ซึ่งมีภาพของความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ค่อนข้างชัดเจน

ขณะที่แฟมิลี่มาร์ท ก่อนหน้านั้น เซ็นทรัล รีเทล มีการเติมสินค้าในกลุ่มอาหารพร้อมทานเข้าไป โดยอาศัยซัพพลายเชนเดียวกันกับท็อปส์ และน่าจะยุติบทบาทตัวเองลงภายหลังหมดสัญญากับแฟมิลี่มาร์ท ประเทศญี่ปีน
ย้อนหลังไปเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2555 บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือซีอาร์ซี บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล ได้ลงนามในสัญญาเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ในจำนวน 50.29% จึงทำให้กลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทฯ และยังทำให้กลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นผู้บริหารร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ทในประเทศไทย ซึ่งจากการลงนามในครั้งนั้น ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดวิธีการบริหารใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนชื่อ บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท จำกัด เป็น บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด
หลังจากนั้น ในเดือนพฤษภาคม 2563 บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ที่ดูแลท็อปส์ และเป็นบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นของ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ในอีก 49.00% ที่เหลืออยู่จาก แฟมิลี่มาร์ท ประเทศญี่ปุ่น ทำให้แฟมิลี่มาร์ทในไทยเหลือสถานะเพียงแฟรนไชส์ของแฟมิลี่มาร์ทญี่ปุ่น และกำลังจะหมดสัญญาลงอย่างเป็นทางการภายในปี 2566 นี้
ทั้งหมดนั้น น่าจะเป็นการสิ้นสุดการเดินทางของค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นอีกแบรนด์ในตลาดค้าปลีกของบ้านเราที่ได้ชื่อว่า เป็นตลาดปราบเซียนของค้าปลีกสายเลือดซามูไร......