ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วขึ้น การสร้างแบรนด์ในปัจจุบันจึงแตกต่างจากในอดีต เพราะแบรนด์มีความหมายมากกว่าแค่การสร้างภาพลักษณ์ เครื่องหมาย การค้า หรือโลโก้ แต่แบรนด์ คือ “ตัวตน” ขององค์กรในทุกด้าน ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงต้องพิจารณาจาก Context ที่เกิดขึ้น ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อกำหนด Content ที่จะสื่อสารแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีจุดยืนเรื่องความยั่งยืน หรือ Sustainable แบรนด์จึงต้องมีความจริงใจ มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้บริโภค รวมถึงต้องสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และสังคมควบคู่กัน
“การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ แบรนด์จะต้องมี Purpose หรือจุดยืนที่ชัดเจน และต้องสอดคล้องกับ Vision และ Mission รวมถึง Culture ของแบรนด์ ต้องรู้จักตลาด คู่แข่ง และการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป คู่แข่งในที่นี้หมายถึงทั้ง Direct และ Indirect Competitors เพราะปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะบริษัทประกันเท่านั้น และเราต้องรู้จักลูกค้า และสามารถกำหนดเป้าหมายความต้องการร่วมกันระหว่างแบรนด์และลูกค้าได้ นอกจากนี้ แบรนด์ต้องสร้างตัวตนผ่านการสื่อสารการตลาด การสร้างประสบการณ์ในมิติต่างๆ เพื่อสร้าง Brand Experience กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิด Brand Engagement และ Brand Loyalty จนกลายเป็น Brand Love ในที่สุด ทั้งหมดต้องทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง สิ่งสำคัญ คือคนภายในจะต้องรับรู้และเข้าใจตัวตนและจุดยืนของแบรนด์ เพื่อให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีของแบรนด์ให้กับลูกค้าและผู้บริโภค” คุณไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) อธิบายแนวทางการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ
ไทยประกันชีวิต มี Brand Purpose ชัดเจนใน “การมุ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชม ได้รับความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม” ซึ่งสะท้อนมาสู่การกำหนด Business Purpose ที่ต้องการ “เป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่ดี และความมั่งคั่ง มั่นคงในบั้นปลายให้กับลูกค้าในลักษณะเฉพาะบุคคล”
ดังนั้นเพื่อให้บรรลุ Purpose ของแบรนด์ไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าให้ทุก Stakeholders ของบริษัทฯ ซึ่งประกอบไปด้วย
ส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าและผู้มุ่งหวัง ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการที่สามารถทำให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการประกันชีวิต ไทยประกันชีวิตมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าตั้งแต่แรกเกิดจนถึงบั้นปลาย ขณะเดียวกันยังพัฒนาแบบประกันที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงประกันชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม อาทิ ประกันชีวิตทหาร ประกันพิเศษเพื่อผู้พิการ หรือไทยประกันชีวิต สุขยั่งยืน มีคืน สำหรับวิสาหกิจชุมชนวิถีเกษตรอินทรีย์
ส่งมอบคุณค่าให้กับพนักงานและตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานและตัวแทนฯ เป็นคนดีและคนเก่ง โดยปลูกฝังให้ตระหนักถึงความมีคุณค่าในตัวเอง โดยเฉพาะตัวแทนฯ ต้องเป็นมากกว่าตัวแทนประกันชีวิต เป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions Agent ในการวางแผนดูแลชีวิตลูกค้า และพร้อมส่งมอบคุณค่าให้สังคม ผ่านการตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน ด้วยการส่งมอบผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับธุรกิจ
ส่งมอบคุณค่าให้กับคู่ค้าและพันธมิตร ให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องธรรมาภิบาล การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล การส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อให้แบรนด์ไทยประกันชีวิตเป็นแบรนด์ที่คู่ค้าและพันธมิตรเลือก
ส่งมอบคุณค่าให้กับหน่วยงานกํากับดูแล โดยดําเนินธุรกิจอย่างรัดกุม ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ที่ให้ความสําคัญกับการปกป้องผู้บริโภค ความปลอดภัยของข้อมูล
ส่งมอบจิตวิญญาณของคุณค่าแห่งชีวิต หรือ Value of Life คุณค่าแห่งความรัก หรือ Value of Love และคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ หรือ Value of People ให้กับสังคมไทยและคนไทย ผ่านการดําเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

หลังสถานการณ์โควิด-19 โลกปรับเปลี่ยนจาก VUCA World สู่ BANI World ประกอบด้วย Brittle เปราะบางช่วงอายุของสิ่งต่างๆ จะสั้นลง และพังทลายได้ง่าย เช่น รูปแบบธุรกิจ สิ่งที่เคยเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันในอดีตอาจไม่ใช่สำหรับวันนี้ ความต้องการสินค้าบริการต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป Anxious ความกังวล ของคนจะเพิ่มจากข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องเผชิญภาวะตัดสินใจไม่ได้ ลังเลที่จะตัดสินใจ คนรุ่นใหม่กังวลกับอนาคต Nonlinear คาดเดายาก ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ได้ง่าย หลายเหตุการณ์ขาดตรรกะและเหตุผล Incomprehensible ความกำกวม ยากที่จะเข้าใจ จากข้อมูลจำนวนมาก สิ่งต่างๆ มีความซับซ้อน และละเอียดขึ้น
การบริหารองค์กรในยุค BANI World ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างความสมดุลทั้งในแง่ของความสมดุลด้านองค์กรระหว่างการเติบโต และการมีเสถียรภาพ เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่วนที่ 2 คือความสมดุลด้านคน ระหว่างการสร้าง Productivity และ Engagement บนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญขององค์กร
“การบริหารองค์กรให้อยู่รอดในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นคำตอบสำหรับปัญหาใหม่ที่จะเกิดขึ้น ต้องตั้งประเด็นคำถามกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง เพื่อกำหนด Solutions ที่เหมาะสม และใช้เทคโนโลยีเข้ามา Enable ในการทำงานได้อย่างถูกต้อง”
ไทยประกันชีวิตจึงประกาศวิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น และเพื่อให้พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยกำหนด Roadmap การดำเนินการเป็น 2 ช่วง คือ ปี 2565-2569 Transforming Tomorrow ปรับเปลี่ยนองค์กรในทุกๆ ด้าน ทั้งกระบวนการทำงานการพัฒนาบุคลากร การบริหารความเสี่ยง การสร้างแบรนด์ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ช่วงที่ 2 ปี 2570-2574 Sustainable Tomorrow ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนขององค์กรและสังคม
โดยปัจจุบันอยู่ในช่วง Transforming Tomorrow ซึ่งบริษัทฯ มีการเพิ่ประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในทุกด้านพัฒนาทักษะความรู้ให้กับบุคลากรทั้งด้าน Hard Skill และ Soft Skill สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงขับเคลื่อนองค์กรด้านความยั่งยืน โดยจัดทำแผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (SD Masterplan)
ทั้งหมดนี้จะกลับมาตอบโจทย์ของแบรนด์ในแง่ของการเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่ดี มีความมั่งคั่ง มั่นคงในบั้นปลายให้กับลูกค้าในอนาคต พร้อมการขับเคลื่อนแบรนด์ “ไทยประกันชีวิต” บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย สู่การเป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารัก และพร้อมดูแลเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต ทุกจังหวะชีวิต และทุกการใช้ชีวิต