“เมืองไทยประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในองค์กร “ผู้นำ” หรือ “ต้นแบบ” ของธุรกิจประกันชีวิตยุคใหม่ที่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโต ภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างในแต่ละช่วงชีวิตได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญ เมืองไทยประกันชีวิต มีบทบาทสำคัญในการเป็น “ผู้นำเทรนด์ (Trendsetter)” ของธุรกิจประกันชีวิตด้วยการให้ความสำคัญกับมุมมองแบบ Outside In พร้อมการก้าวไปสู่การเป็น Health Provider เพื่อสร้างจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดด้านนวัตกรรมความคุ้มครองในเรื่องของสุขภาพ (Most Trusted Health Partner) ควบคู่ไปกับ การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Leader) ภายใต้แผนการดำเนินงานด้วยแนวคิด “MTL NEXT TO YOU” เพื่ออยู่เคียงข้างและดูแลทุกช่วงของชีวิตไปกับลูกค้าใน ทุกกลุ่มเป้าหมาย
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและตอกย้ำความเป็น Trendsetter ด้านนวัตกรรมของเมืองไทยประกันชีวิต คือการที่เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดตัว “MTL Virtual World” เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่บนโลกเสมือนจริงผ่านเว็บไซต์ V-AVENUE.CO ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล สามารถเข้าถึงแบบประกันภัยต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์รูปแบบใหม่ของธุรกิจประกันชีวิตที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
โดย MTL Virtual World ได้ถูกออกแบบและจัดพื้นที่ แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ประกอบด้วย Stage Zone เป็นโซนสำหรับนำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์ของผู้ที่ทำประกันชีวิตผ่านคลิปวิดีโอ Product Zone เป็นโซนสำหรับแสดงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถเลือกความคุ้มครองประเภทต่างๆ ได้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ถ้าหากสนใจซื้อแผนประกันภัย สามารถกดรับ E-Code ผ่านเว็บไซต์ V-AVENUE.CO เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ และ Customer Service Zone เป็นโซนสำหรับให้บริการตอบคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบประกันและการให้บริการ พร้อมทั้งเป็นช่องทางติดต่อที่เชื่อมตรงกับเว็บไซต์ และ Call Center ของเมืองไทยประกันชีวิต
สำหรับการเปิดตัว MTL Virtual World ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นตั้งใจของเมืองไทยประกันชีวิตที่จะพัฒนาช่องทางการเข้าถึงลูกค้าให้ได้อย่างครอบคลุม เพื่อมุ่งหวังให้ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิตทุกคนสามารถเข้าถึงประกันชีวิตและประกันคุ้มครองสุขภาพได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ครั้งสำคัญของธุรกิจประกันชีวิตไทยในการยกระดับก้าวไปสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า แนวคิดการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก เพราะความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลายกว่าเดิม ไม่ได้มีเพียงเรื่องความคุ้มครอง (Protection) ทำให้ในที่ผ่านมาเมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจของลูกค้า ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด Outside In ยิ่งไปมากกว่านั้น มีการแบ่งกลุ่มตลาดลูกค้าเป้าหมายที่ไม่ได้มองระดับ Demographic เพียงอย่างเดียว แต่มองลึกลงไปถึงระดับ Sub Culture ของการทำประกันชีวิต เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้นและมีความเฉพาะเจาะจงตามความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
ที่สำคัญเนื่องในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต (InsurTech) จึงส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิตมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมให้บริษัทฯ เติบโต โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ รวมถึงการพัฒนากระบวนการจัดการต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป้าหมายในแต่ละกลุ่มที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงการประกันชีวิตได้จากหลากหลายช่องทาง

“สำหรับปี 2566 เป็นปีที่เมืองไทยประกันชีวิตครบรอบ 72 ปีในการอยู่เคียงข้างสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทย บริษัทฯ จึงมีเป้าหมายสำคัญในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติผ่านกลยุทธ์ Happiness Reinvented และตั้งเป้าหมายขององค์กรที่จะมุ่งก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมประกันชีวิต ในฐานะคู่คิดด้านประกันชีวิตและสุขภาพที่ลูกค้าวางใจ (No.1 Most Trusted Life & Health Partner)”

ดังนั้นในปีนี้ เมืองไทยประกันชีวิตจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า อาทิ แบบประกัน เมืองไทย สมาร์ท ลิงค์ โปร 10/1 (Global) และ เมืองไทย สมาร์ท ลิงค์ 15/3 (Global) ประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ล็อกอัตราผลตอบแทนเหมือนประกันชีวิตสะสมทรัพย์รูปแบบเดิม แบบประกันโครงการเมืองไทยยูแอลพลัส ที่มีจุดเด่นในเรื่องการการันตีอัตราผลตอบแทน เลือกความคุ้มครองได้สูง สร้างแผนการเงินระยะยาวหรือส่งต่อความมั่นคงได้เป็นอย่างดี รวมถึงสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส (D Health Plus) และอีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus) ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทั้งดี เฮลท์ พลัส และ อีลิท เฮลท์ พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ตามต้องการ ทั้งความคุ้มครอง การคลอดบุตร พลัส หรือ สุขภาพดี พลัส ที่ครอบคลุมรายการค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าฉีดวัคซีน ค่ารักษาทางทันตกรรม และค่ารักษาทางสายตา
นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านการให้บริการ ด้วยเครื่องมือและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัย เพื่อต่อยอดในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมถึงผู้เอาประกันภัยได้อย่างครอบคลุมให้ได้มากที่สุด โดยมีทั้งเรื่อง e-Application, e-Payment หรือ e-Service ต่างๆ ได้แก่

MTL Click แอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกบริการของเมืองไทยประกันชีวิตได้สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว เสมือนยกศูนย์บริการของลูกค้ามาไว้บนมือถือ โดยรูปแบบการให้บริการมีทั้งแบบ Digital Face to Face และแบบ Video Call ซึ่งในปัจจุบันมีลูกค้าดาวน์โหลดใช้งานแล้วเกือบ 1,000,000 ราย
MTL Mini Click ให้ทุกการเช็กไม่ว่ารายละเอียดกรมธรรม์ ประวัติการเคลม ยอดชำระเบี้ย ค้นหาสาขาบริการหรือโรงพยาบาลใกล้คุณ ตรวจสอบคะแนน Smile Point เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแค่ปลายนิ้ว เพียงเพิ่ม @Muangthailife ผ่าน LINE แอปพลิเคชัน ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

MTL Fit แอปพลิเคชันตัวช่วยดูแลด้านสุขภาพที่ช่วยให้รู้จักสุขภาพของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น และสนุกกับการออกกำลังกายเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถือกรมธรรม์กับเมืองไทยประกันชีวิต และไม่ใช่ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ก็สามารถใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวได้ทุกคน
นอกจากนี้ยังมีบริการ MTL Health Buddy บริการผู้ช่วยด้านสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์ ค้นหาศูนย์แพทย์เฉพาะทาง และแพทย์ที่เหมาะกับโรค และทำการนัดหมายติดต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเติมเต็ม Customer Journey ให้กับลูกค้าผ่านการเชื่อมต่อ Health Ecosystem ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างเมืองไทยประกันชีวิต กับโรงพยาบาล บริษัทยา และร้านขายยา เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษ
ขณะเดียวกัน ภายใต้นโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” เมืองไทยประกันชีวิตจึงมีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กร ทั้งในส่วนของพนักงาน ผู้บริหาร และตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทักษะของคนในองค์กร เพื่อให้บุคลากรของบริษัทฯ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่และสามารถปรับตัวให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนโลกธุรกิจยุคใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ตัวอย่าง เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ ในชื่อ “เลิร์นรู้” (LearnRu) ที่เป็นแพลตฟอร์มในการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและรวดเร็ว สามารถตอบโจทย์การเรียนรู้ในแบบออนไลน์สด (Live Streaming) หรือการสัมมนาแบบเสมือนจริง (Virtual Workshop) นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงคลังความรู้ที่หลากหลายทั้งแบบ Micro Learning และแบบ Online Content เช่น VDO, Infographic, E-book และ Podcast เพื่อส่งเสริมให้คนในองค์กรเกิดองค์ความรู้แบบ Multi Skill ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงได้ในระยะยาว
“วันนี้ เมืองไทยประกันชีวิตมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ ดูแลทุกเรื่องของกรมธรรม์ผ่านทุกจุด Touchpoint ของบริษัทฯ ทั้งในรูปแบบ Human Touch และ Self Service ให้กับลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจนเนอเรชั่นในแบบที่มีความเฉพาะตัวของบุคคล ผ่านการให้บริการของเจ้าหน้าที่และตัวแทนของบริษัทฯ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในการให้บริการ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้น” คุณสาระ กล่าว