ปิติกล่าวด้วยว่า เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทีเอ็มบีจะพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง พัฒนาช่องทางธนาคารและมอบประสบการณ์ที่ ไร้รอยต่อเพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ง่ายใช้งานได้จริง และนอกจากนี้เราได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรในหลายส่วนเพื่อลดความซับซ้อนให้เป็นองค์กรแบบราบ (Flat Organization) มีระดับชั้นการบังคับบัญชาสั้นลงเหลือเพียง 5 ชั้น พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทีเอ็มบีมีความคล่องตัวฉับไวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการบริหารจัดการข้อมูล Big Data และนำข้อมูลที่มีอยู่มากมายให้สามารถนำมาใช้อย่างเป็นระบบและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะทำให้เราสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจลูกค้าอย่างแท้จริงได้อย่างต่อเนื่องต่อไป
นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังให้ความสำคัญกับการให้คืนสู่สังคม โดยนายปิติกล่าวว่า ทีเอ็มบียังคงจะดำเนินโครงการ ไฟ-ฟ้า เพื่อจุดประกายเยาวชนและชุมชนให้เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ตามแนวคิด Make THE Difference ซึ่งในปีที่แล้ว มีเยาวชนกว่า 150,000 คน และคนในชุมชนทั่วประเทศกว่า 50,000 คน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ โดยมีอาสาสมัครทีเอ็มบีทั่วประเทศกว่า 4,000 คน เข้าร่วมส่งต่อพลังแห่งการสร้างความเปลี่ยนแปลง และนอกจากนี้ ทีเอ็มบียังดำเนินกิจกรรม TMB | ING ParkRun เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและช่วยเปลี่ยนให้ผู้อื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลนี้ได้ช่วยให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจได้รับการผ่าตัดแล้วกว่า 1,000 คน
ทางด้านเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าธุรกิจจะเติบโตและมีความแข็งแกร่งได้โดยลูกค้าจะต้องได้รับโซลูชั่นที่ตอบโจทย์และมีที่ปรึกษาที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งทีเอ็มบีไม่ได้มองเฉพาะธุรกิจของลูกค้าเองเท่านั้น แต่จะสนับสนุนให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า (More Benefits) ด้วย “TMB Supply Chain Financing Solutions” ที่สามารถเชื่อมให้ลูกค้าและเครือข่ายคู่ค้าเติบโตไปทั้งระบบ ตั้งแต่การสนับสนุนการทำคำสั่งซื้อ-ขายและทำธุรกรรมธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ธนาคารเห็นข้อมูลการซื้อ-ขายเพื่อนำมาพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมสำหรับเครือข่ายของลูกค้าได้ รวมไปถึงลูกค้าเองสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยวิเคราะห์การตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังได้พัฒนา ดิจิทัล โซลูชั่น ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจบริหารจัดการธุรกรรมการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีเวลาไปทำสิ่งสำคัญเพื่อธุรกิจได้มากขึ้น (More Time) โดยปัจจุบัน พบว่าต้นทุนการจัดการเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการนับ เก็บ และขนเงินสด อาจสูงถึง 1-2% ของยอดขายของแต่ละบริษัท การใช้ทีเอ็มบี ดิจิทัล โซลูชั่น ได้แก่ TMB QR for Business, พร้อมเพย์, โมบายล์แอปพลิเคชัน TMB Business TOUCH และระบบอินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้งสำหรับลูกค้าธุรกิจ จะช่วยลดการบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาและคู่คิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจและการลงทุน (More Possibilities) ทั้งภายในและต่างประเทศอีกด้วย”