เชื่อไหม? กลุ่มเป้าหมายของ POP MART ไม่ใช่เด็ก ..
แต่เป็นวัยทำงานเจนวาย อย่างเรา ๆ นี่แหละ!
กว่าจะกลายเป็น POP MART อย่างทุกวันนี้ หวังหนิงไม่ได้คิดปุ๊บแล้วได้ร้านของเล่นปริศนาแสนสนุกนี้ปั๊บ แต่อดีตของเขาเคยเป็นพนักงานของบริษัทที่ทำโซเชียลมีเดียชื่อดังของจีนอย่าง Weibo ฟัง ๆ แล้วก็ดูเท่ไม่เบา การที่วัยรุ่นคนหนึ่งได้เข้าทำงานให้กับสื่อออนไลน์ชื่อดังเช่นนี้ แต่การมี “ธุรกิจส่วนตัว” มันเท่กว่านั้นมากในจีน หวังหนิงจึงตัดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวของตนเอง หลังจากที่ทำงานให้เว่ยป๋อได้ 1 ปี
แรงบันดาลใจของ POP MART เกิดจาก “LOG ON” ร้านขายสินค้าจิปาถะไลฟ์สไตล์ ที่หวังหนิงและเพื่อน ๆ บังเอิญเจอตอนที่ไปเที่ยวฮ่องกง ภายในร้านมีข้าวของเครื่องใช้กระจุกกระจิก และแน่นอนว่ามีอาร์ตทอยแบบสุ่มด้วย! จากนั้นหวังหนิงและเพื่อน ๆ ร่วมทุนกันเปิดร้านขายสินค้าสไตล์ป๊อป ๆ (Popular Culture) แบบที่วัยรุ่นจีนนิยมขึ้นมา นั่นก็คือ “POP MART” ซึ่งขณะนั้นพวกเขามีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม First Jobber ที่ฟูกหนาเอาเรื่องเลยทีเดียว
ขึ้นชื่อว่าร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ คำว่าไลฟ์สไตล์มีขอบเขตที่กว้างมาก ทำให้สินค้าในร้านมีหลากหลายประเภท เกิดเป็นปัญหาการจัดการสต็อกที่ไม่ลงตัวสักที บานปลายไปจนถึงการให้บริการลูกค้าที่ยังไม่ดีพอ หวังหนิงจึงศึกษาต่อด้านการบริหารธุรกิจเพื่อให้ POP MART เดินต่อไปได้
เมื่อหยิบลิสต์สินค้าที่ขายได้ออกมาดู หวังหนิงพบว่า “ของเล่น” (คิดเป็นเงินไทยประมาณกล่องละ 300 บาท) เป็นประเภทสินค้าที่ขายดีที่สุด เขาจึงตัดสินใจยุบหมวดหมู่สินค้าอื่น ๆ ลง พลิก POP MART เป็น “ร้านขายของเล่นกล่องสุ่ม 100%”
แล้วทำไมต้องเป็นของเล่นกล่องสุ่ม? หวังหนิงได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “กาชาปอง” ด้วยเสน่ห์ของกาชาปองที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าของที่เราจะได้คืออะไร เขาจึงนำมาเป็นโมเดลในการทำธุรกิจร้านของเล่นแบบสุ่มอย่างทุกวันนี้
เมื่อจับทางได้แล้วว่า POP MART จะมี Brand Positioning ประมาณไหน ถ้าขายของเล่นเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะขาดเสน่ห์ความน่าลุ้นของกล่องสุ่ม การร่วมมือกับศิลปินเพื่อออกแบบของเล่นคอลเลคชั่นใหม่ ๆ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งศิลปินคนแรกที่ POP MART ร่วมงานด้วยคือ Kenny Wong หรือคุณพ่อน้องมอลลี่ (Molly) นั่นเอง
ต้องกล่าวว่าน้องมอลลี่เป็นชุดของเล่นกล่องสุ่มฮีโร่ ที่เข้ามาเยียวยาสถานการณ์ POP MART ให้ดีขึ้นทันตาเห็น ไม่น่าเชื่อว่าโมเดลของเล่นเด็กหญิงปากเป็ดตัวนี้จะทำให้ยอดขายของ POP MART เติบโตขึ้น 3 เท่าภายใน 2 ปีเท่านั้น เพราะคุณภาพของเล่นจาก POP MART สูงกว่าของเล่นกล่องสุ่มทั่วไปมาก จนใคร ๆ ก็อยากสะสมเก็บไว้ คุณค่าที่คุณคู่ควร!
และที่ BrandAge Online พบแล้วรู้สึกใจฟูมาก ๆ ก็คือการที่ POP MART มอบโอกาสให้กับศิลปินชาวเอเชียท่านอื่น ๆ ได้แสดงความสามารถด้านศิลปะผ่านของเล่น กลายเป็นคำว่า “อาร์ตทอย” (Art Toy) อย่างคุณมด-นิสา ศรีคำดี คุณแม่ของน้อง Crybaby น้องตุ๊กตุ่นที่ถึงแม้ว่าหน้าจะเปรอะน้ำตา แต่ก็ยังน่ารักจนดึงดูดสายตาใครหลายคน หรือจะเป็น SKULLCANDY และศิลปินท่านอื่นที่เราไม่ได้กล่าวถึง
นอกจากจะร่วมงานกับศิลปินเอเชียมากมาย POP MART ยังได้มีโอกาสคอลแลบส์กับค่ายแอนิเมชันระดับโลก อย่าง Disney และ Universal อีกด้วย เราจึงได้เห็นตัวละครจากทั้งสองค่ายผสมผสานกับคาแร็กเตอร์ของศิลปินของ POP MART ที่ออกมาน่ารักและลงตัวสุด ๆ
ด้วยความที่กล่องสุ่มสุดแฟนซีจาก POP MART มีราคาเริ่มต้นที่ไม่แรงมาก กำแบงก์ม่วงเข้าร้านก็ได้เงินทอนกลับมา ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถเอื้อมถึงได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานหรือคนเจนวาย ที่อยากได้น้อง ๆ ของเล่นมาดูแล แค่นั่งน่ารัก ๆ ในตู้โชว์ เพียงเท่านี้ก็เยียวยาหัวใจชาวออฟฟิศในวันที่เงินเดือนไม่พอใช้แล้ว (เหรอ ..) ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์แรกของหวังหนิงที่ปั้น POP MART ขึ้นมา!
แต่ตัวท็อป ๆ รุ่น Limited Edition ที่ราคาแตะหลักหมื่นก็มีให้ซื้อเช่นกัน! หรือถ้าไม่อยากสุ่ม ก็ใช้เงินแก้ปัญหาด้วยการซื้อยกเซ็ตกลับไปแกะเองแบบฟิน ๆ ไม่ต้องลุ้นแบบคนอื่นเลยก็ได้ เป็นกล่องสุ่มของเล่นกาชาปองพรีเมียม ที่ไม่ใช่กาชาเกลือแบบใครอื่น จนสร้างฐานลูกค้าทั่วโลกที่ยินดีจ่ายราคาความสุขแสนแพงอย่างเต็มอกเต็มใจ
สำหรับใครที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประเทศที่มี POP MART ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะ POP MART ได้รับบทเรียนการบริหารจัดการสต็อกสินค้า พัฒนาเป็นการขนส่งน้อง ๆ ของเล่นข้ามประเทศอย่างระมัดระวัง ด้วยความป๊อปความปังหลายของ POP MART ทำให้มีโอกาสขยายสาขาไปยังมุมต่าง ๆ ของทั่วโลก ซึ่งล่าสุดก็คือประเทศไทยของเรานั่นเอง
