ท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่กำลังร้อนแรงจากการบุกตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่จากประเทศจีน เจ้าตลาดอย่างโตโยต้าก็ยังคงมั่นใจในว่า “เครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด” เป็นเทคโนโลยีที่หมาะสมในช่วงจังหวะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านจากสันดาปไป EV 100% ด้วยการเปิดตัวรถกลุ่ม B-SUV All-New Yaris Cross
Yaris Cross ถือเป็น Sub Brand รุ่นล่าสุดของตระกูล Yaris ซึ่งทางโตโยต้าเริ่มทำตลาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2548 ด้วยการเปิดตัว Toyota Yaris Hatchback ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ก่อนการแนะนำรถยนต์ ECO Sedan YARIS ATIV ในปี พ.ศ. 2560
ตลอดระยะเวลา 15 ปี Compact Car รุ่นนี้สามารถครองใจกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาว และขยายฐานลูกค้า Toyota ไปทั่วโลก ทำให้ยอดผลิตสะสมของ Yaris ในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวนมากถึงกว่า 1 ล้านคัน ในขณะที่ยอดจำหน่ายสะสมในประเทศของ Yaris อยู่ที่กว่า 630,000 คัน
ดังนั้น การแตกเซ็กเม้นต์จากรถ Sedan และ Hatchback มา SUV ในครั้งนี้ ทาง Toyota จึงทำให้ Yaris Cross สามารถต่อยอดความสำเร็จจากรถตระกูล Yaris ได้ทันที
มร.โทรุ อุดะ หัวหน้าวิศวกร กล่าวถึงการพัฒนา All-New Yaris Cross ว่า “ในขั้นตอนการพัฒนา เราคำนึงถึงกิจกรรม สถานที่ และความรู้สึกหลากหลายที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เราได้พบปะและพูดคุยกับลูกค้าจริงในหลายพื้นที่ เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้า และทำการรวบรวมไอเดียของทีมงานว่าจะสามารถสร้างรถยนต์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างไรบ้าง และได้ข้อสรุปว่า Yaris Cross คือคำตอบที่เรามองหา เราเริ่มต้นพัฒนาด้วยมุมมองที่สดใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น โดยการรวม 2 คอนเซ็ปต์เข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ “Youthful” และ “Fun-to-drive” รวมถึงความอเนกประสงค์ และสมรรถนะของรถ Crossover จุดประสงค์ของเราก็คือการสร้างรถยนต์ที่ผสมผสานความคล่องแคล่วของ Compact SUV เข้ากับความแข็งแกร่งของ High-end SUV ได้อย่างลงตัว สิ่งที่ได้ก็คือรถยนต์ที่มีความโดดเด่น แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่างแท้จริง ตอบสนองการเดินทางที่ดีที่สุดให้กับคนรุ่นใหม่ และครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์กระฉับกระเฉง รวมไปถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ”

การเปิดตัวครั้งนี้ ทาง Toyota มั่นใจว่า All-New Yaris Cross จะมาสร้างกระแส และยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับรถ SUV เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงจุดเด่นของรถรุ่นนี้ว่า Yaris Cross มีขนาดตัวรถที่ใหญ่ พร้อมสเปกครบครัน ที่สำคัญคือมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กม. / ลิตร ด้วยระบบโตโยต้าไฮบริด โดยแผนสื่อสารการตลาด Toyota จะสื่อสารจุดขายของ Yaris Cross ผ่านไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายภายใต้แนวคิด “Move To The Max มูฟชีวิตไปให้สุดๆ” สื่อถึงรถ SUV ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เต็มที่ในทุกๆ ด้าน ทั้งการทำงานและกิจกรรมที่ชื่นชอบ โดยเน้นการใช้สื่อที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง 2 คน คือ “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ “อิ้งค์” วรันธร เปานิล
สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ All-New Yaris Cross ที่น่าสนใจก็คือ
- ขนาดรถยนต์ ยาว 4,310 x กว้าง 1,770 x สูง 1,615 (มม.)
- ความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร
- เครื่องยนต์แบบไฮบริด 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-I ปริมาตรกระบอกสูบ 1,496 ซีซี, กำลังสูงสุด 91 PS / 5,500 รอบต่อนาที, แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร / 4,000-4,800 ต่อนาที
- มอเตอร์ไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 580 โวลต์ กำลังสูงสุด 80 PS แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร
- เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 111 PS
การเปิดตัวครั้งนี้ Toyota มีการเปิดตัว All-New Yaris Cross 3 รุ่นย่อย โดยวางราคาไว้ดังนี้
- HEV Smart 789,000 บาท
- HEV Premium 849,000 บาท
- HEV Premium Luxury 899,000 บาท

มุมมองของ Toyota ต่อการกระแสการได้รับความนิยมของรถ EV ตลาดที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดใน ตอนนี้น่าจะเป็นกลุ่ม D Segment ไม่ใช่กลุ่ม B Segment แต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ใน Brand Portflio ของ Toyota ปัจจุบัน จึงมี Toyota bZ4X เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกและรุ่นเดียของ Toyota ในตอนนี้ ซึ่งรถรุ่นนี้ก็มีตัวเลขการส่งมอบที่ช้ามาก เพราะรถไม่พอกับความต้องการ
การเปิดตัว All-New Yaris Cross ในครั้งนี้ทาง Toyota มั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คันต่อเดือน โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ “URBAN x ADVENTURE” และต้องการเปลี่ยนจากรถ Eco-car มาเป็นรถ SUV