หลังโหมโรงมาพักใหญ่ๆ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที สำหรับการเข้าตลาดเบียร์ของค่ายคาราบาว กรุ๊ป ที่จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเย็นวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ที่จะถึงนี้
การเข้าตลาดเบียร์ของค่ายคาราบาว ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะคุณเสถียร เสถียรธรรมะ บิ๊กบอสของคาราบาว กรุ๊ป หมายมั่นปั้นมือให้สินค้ากลุ่มเบียร์ก้าวขึ้นมาเป็น “Cash Cow” ตัวใหม่ของกลุ่ม ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะตลาดเบียร์บ้านเรามีขนาดของตลาดค่อนข้างใหญ่ นั่นคือ มีมูลค่าสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท
แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่อย่างไทยเบฟ และค่ายสิงห์ เป็น 2 คู่แข่งสำคัญที่มีส่วนแบ่งรวมกกันถึงกว่า 90%แต่ก็ใช่ว่า จะไม่สามารถเบียดแทรกเข้ามาแจ้งเกิดได้ ถ้ามีศักยภาพและความพร้อมในเรื่องของเงินทุน และเครือข่ายสนับสนุนทางการตลาดที่ดีพอ
และหากสามารถทำส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 10% นั่นก็หมายความว่า จะสามารถทำยอดขายได้ถึงกว่า 2 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่ามากกว่าสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มชูกกำลังในประเทศ ที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท

การเข้าตลาดในครั้งนี้ จึงน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับการใช้ศักยภาพของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เป็นเครือข่ายในด้านการพัฒนาสินค้าที่แน่นอนว่า ย่อมมีอินไซต์ในเรื่องของความนิยมในการดื่มเบียร์ของคนไทยอยู่ในมือจากการทำโรงเบียร์มาหลายปี
ทำให้การเปิดตัวเบียร์ใหม่ จึงถูกจับตามองไม่น้อย โดยมีการส่งเบียร์เข้ามาทำตลาด 2 แบรนด์ นั่นคือ แบรนด์ คาราบาว เบียร์ ที่ถูกส่งเข้ามาเจาะตลาดเบียร์เว็กเม้นต์อีโคโนมี และแบรนด์เยอรมันตะวันแดง ที่เจาะกลุ่มพรีเมียม และมีการส่งสินค้าพร้อมกัน 5 รสชาติ ประกอบด้วย คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) และ Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล) เบียร์ดำสไตล์เยอรมัน
ขณะที่แบรนด์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ประกอบด้วย Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น) Rose Beer (เบียร์โรเซ่) และ IPA Beer (เบียร์ไอพีเอ) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับคนไทยสามารถเข้าถึงเบียร์มาตรฐานระดับโลก
ที่น่าสนใจก็คือ การเข้าตลาดในช่วงแรกนั้น ในกลุ่มอีโคโนมี เบียร์ที่เจาะตลาดแมสคือ คาราบาวเบียร์ จะมาด้วยแพ็กเกจจิ้งแบบขวดใหญ่ เพียงไซส์เดียว ก่อนที่จะมีแพ็กเกจจิ้งแบบขวดเล็กตามมา
ส่วนเบียร์ตะวันแดง จะมาในแพ็กเกจจิ้งแบบแคน โดยยังไม่มีแพ็กเกจจิ้งแบบขวด เพื่อแบ่งการทำตลาดของทั้ง 2 แบรนด์ออกมาอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การเข้าตลาดเบียร์ในครั้งนี้ นอกจากการใช้เครือข่ายร้านค้าปลีกในเครือคือ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีอยู่กว่า 1,000 สาขา และร้านถูกดี มีมาตรฐาน เครือข่ายร้านโชวห่วยที่ในปีนี้มีเป้าหมายในการเปิดให้ครบ 8,000 ร้านทั่วประเทศ เป็นช่องทางขายแล้ว
ในการทำตลาดเบียร์ครั้งนี้ ยังมีการใช้ บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายในเครือคาราบาว กรุ๊ป เป็นคนจัดจำหน่ายให้ โดยมีเครือข่ายเอเยนต์ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าเข้าร้านค้าทั่วประเทศ
และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีการเปิดตัวโฆษณาที่เป็น Gimmick ของการจัดจำหน่ายลงสื่อออนไลน์ และสื่อสิ่งพิมพ์อย่างไทยรัฐ ที่เป็นการเปิดรับสมัครเอเย่นต์ที่เข้ามาช่วยจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มเบียร์

แหล่งข่าวจากคาราบาว กรุ๊ป บอกกับเราว่า การรับสมัครเอเยนต์นั้น จะเน้นไปที่เอเยนต์ในระดับอำเภอ เพื่อเข้ามาช่วยทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุม และลดการสต็อกสินค้าลง เนื่องจากต้องการคุมคุณภาพของเบียร์ เพื่อไม่ให้สินค้าค้างอยู่ในสต็อกนาน จนอาจจะส่งผลต่อคุณภาพของเบียร์ได้
ตลาดเบียร์ในประเทศไทยปี 2565 พบว่า 97% เป็นเบียร์เจ้าตลาดแบรนด์ใหญ่ที่ทำตลาดมานาน ตามมาด้วย เบียร์นำเข้าอื่นๆ ที่มีส่วนแบ่งประมาณ 2-2.5% ส่วนคราฟท์เบียร์นั้นมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.5-1% จากมูลค่าตลาดเบียร์ประมาณ 270,000 ล้านบาท
การมีคู่แข่งที่เป็นยักษ์ใหญ่เพิ่มมาอีกราย จึงน่าจะเข้ามาช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับตลาดเบียร์ในช่วงปลายปีได้ไม่มากก็น้อย....