จากงานวิจัยด้านผู้บริโภค ลาซาด้า พบว่า 51% ของผู้ที่เล่นเกมบนมือถือ มองว่าประสบการณ์ที่สนุกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาใช้เวลาบนเกมอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้เล่น LazGame ในประเทศไทย พบว่า มีการใช้งานแอปพลิเคชันลาซาด้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้ใช้งานปกติถึง 3 เท่า และ 79% ของผู้ใช้ลาซาด้าในประเทศไทยซื้อสินค้าออนไลน์บนสมาร์ทโฟนมากกว่าอุปกรณ์อื่น
ปีนี้ ลาซาด้า ประเทศไทย จึงจัดเต็มกิจกรรมช้อปสนุกกว่าเดิม รับเมกะแคมเปญ 11.11 เซลใหญ่แห่งปี ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤศจิกายน 2566 ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิงออนไลน์ด้วย Gamification บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หวังสร้างความสนุกสนาน พร้อมดันยอด Engagement และรักษาฐานผู้ใช้งานผ่าน LazGame อย่าง GoGoMatch และ Merge Boss พิชิตภารกิจสะสม LazCoins แลกส่วนลดเพื่อช้อปบนแอปลาซาด้าได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น

มาริสา ยูนิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักช้อปมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่างและน่าจดจำจึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นไปด้วย ลาซาด้าจึงเดินหน้าสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินมากขึ้นกว่าเดิม โดยเชื่อว่า Gamification จะเป็นกลยุทธ์ที่มีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากการผสมผสานความสนุกสนานจากการเล่นเกม เข้ากับความคุ้มค่าจากการสะสมเหรียญผ่านการเช็กอินรายวันและพิชิตภารกิจต่างๆ เป็นการเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มสามารถสร้าง Engagement ควบคู่ไปกับการมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อตอบแทนนักช้อปได้พร้อมๆ กัน
“ฟีเจอร์เกม เป็น Engagement Tool เพราะทุกๆ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแอปไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เงินอย่างเดียว แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องของการสร้างความเพลินเพลินสนุกสนาน เราอยากให้คนเข้ามาในแอปของเราไม่ใช่แค่การซื้อของเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้รู้สึกสนุกกับเราด้วย ขณะเดียวกันท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงดุเดือด ลาซาด้ามีจุดยืนที่จะแข่งขันด้วยการสร้างความแตกต่าง และ Gamification จะทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความแตกต่าง เพราะ Gamification คือการให้ลูกค้ามี Engagement กับลาซาด้า ทำให้ลูกค้าใช้งานอยู่ในแอปได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ลาซาด้า ยังมุ่งในการปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้าย Payment Chanel และ Logistic ดังนั้นไม่ว่าการแข่งขันจะเป็นอย่างไร เรามั่นใจว่า พื้นฐานของเรามั่นคง เทคโนโลยีของเราแข็งแกร่ง”

สำหรับฟีเจอร์บนแอปลาซาด้าที่มีการผสมผสานเกมเข้ากับการช้อปปิ้ง ประกอบด้วย
1. ช้อปสนุกยิ่งขึ้น ด้วย LazGame: ลาซาด้าได้สร้างสรรค์เกมหลากหลายรูปแบบเพื่อมอบความสนุกสนานให้กับนักช้อป ควบคู่ไปกับการจูงใจให้กลับมาเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยเกมเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้โดยตรงผ่านแอปลาซาด้า ทำให้นักช้อปสามารถเล่นเกมระหว่างการเลือกชม ค้นหา และซื้อสินค้าไปได้พร้อมกัน
2. ยิ่งเล่นยิ่งสนุก กับการสะสม LazCoins: ขณะเล่นเกม ผู้ใช้งานสามารถสะสมเหรียญบนแอป (Virtual Coins) ซึ่งช่วยสร้างความสนุกสนานและแรงจูงใจให้กับการช้อปปิ้งเพิ่มเติม
3. แลกเหรียญเพื่อรับส่วนลดอีกขั้น: หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Gamification คือการที่นักช้อปสามารถเปลี่ยนเหรียญบนแอปเป็นสิทธิประโยชน์จริงได้ โดยผู้ใช้งานสามารถนำเหรียญที่สะสมจากการเล่นเกมมาแลกเป็นคูปองส่วนลด เพื่อความคุ้มค่าอีกขั้นในช่วงแคมเปญ 11.11 นี้
4. เช็กอินรายวัน พิชิตภารกิจ: นอกจากการเล่นเกมแล้ว นักช้อปยังสามารถเช็กอินประจำวันเพื่อสะสมเหรียญ รวมถึงพิชิตภารกิจต่างๆ เพื่อเก็บเหรียญได้เพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ใช้งาน
“เครื่องมือ Gamification เหล่านี้มีส่วนสำคัญในการเพิ่มการใช้งาน (Stickiness) และความภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty) โดย 80% ของผู้เล่น LazGame ในประเทศไทยกลับมาใช้งานแอปพลิเคชันเป็นประจำทุกสัปดาห์โดยเฉลี่ย สำหรับในแคมเปญ 9.9 ที่ผ่านมา เวลารวมที่ผู้ใช้งานลาซาด้าทั่วทั้งภูมิภาคเข้ามาเล่นเกม GoGoMatch มียอดรวมเทียบเท่ากับเวลา 310 ปี และมียอดการเก็บเหรียญในเกม (tokens) รวมถึง 755 ล้านเหรียญ จากการเล่นเกมรวม 19 ล้านครั้ง”
นอกจาก GoGoMatch และ Merge Boss ซึ่งเปิดให้นักช้อปทั้งใน 6 ประเทศได้ร่วมเล่น ลาซาด้า ประเทศไทย ยังได้สร้างเกม LazLand สำหรับนักช้อปไทยโดยเฉพาะ โดยผู้เล่นสามารถปลูก รดน้ำ และเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อพิชิตภารกิจต่างๆ พร้อมรับข้าวหอมมะลิทองฟรี 1 ถุง เมื่อทำภารกิจสำเร็จ โดยพบว่าผู้เล่น LazLand กว่า 70% กลับมาเล่นเกมเพื่อดูแลต้นข้าวที่ปลูกไว้ และปริมาณข้าวหอมมะลิทองที่นักช้อปได้รับไปตลอดทั้งปีนี้มีน้ำหนักรวมกว่า 200 ตัน

นอกจากนี้ แคมเปญ 11.11 ยังมีฟีเจอร์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาสินค้า และช่วยให้นักช้อปตัดสินใจซื้อได้มั่นใจยิ่งขึ้น อาทิ
Image Search: ฟีเจอร์ Image Search ใช้เทคโนโลยี AI ในการทำให้การค้นหาสินค้าเป็นเรื่องสะดวกยิ่งขึ้น โดยนักช้อปเพียงนำรูปภาพไอเท็มที่ต้องการมาสแกน หรือถ่ายรูปผ่านแอปลาซาด้า ผลการค้นหาก็จะแนะนำไอเท็มที่ใกล้เคียงกันมาให้ ฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์นักช้อปสายแฟชันที่ชอบติดตามเทรนด์ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยให้สามารถช้อปตามลุคใหม่ๆ ที่พบเห็นหรือชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันก็นำเสนอสินค้าที่หลากหลายให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม ซึ่งผลการสำรวจ พบว่า นักช้อปไทยถึง 92% ตัดสินใจซื้อสินค้าที่พวกเขาพบจากฟังก์ชันค้นหาบนแอปลาซาด้า
Put in My Home: ฟีเจอร์ใหม่บน LazHome ใช้นวัตกรรมAugmented Reality เข้ามาช่วยให้นักช้อปสามารถทดลองวางเฟอร์นิเจอร์และไอเท็มตกแต่งบ้านอื่น ๆ ในห้องบนภาพพื้นที่จริงโดยฟีเจอร์นี้จะวางภาพสินค้าซ้อนทับลงบนภาพสถานที่จริงจากกล้องบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้นักช้อปได้เห็นสินค้าในพื้นที่จริงก่อนซื้อ และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
มาริสา กล่าวเสริมว่า การทำเมกะแคมเปญในปีนี้ ยังมองเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะในช่วงแคมเปญ 11.11 ลาซาด้าจะมีการเติบโต 2 digit อยู่เสมอ ซึ่งโดยพฤติกรรมของลูกค้ามักจะซื้อของชิ้นใหญ่ในช่วงเวลาที่เป็นเมกะแคมเปญ ทำให้ยอดขายในช่วงเมกะแคมเปญสูงกว่าช่วงเวลาปกติ และยอดการสั่งซื้อก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน ครั้งนี้เรายังมองว่า เกมจะสามารถสร้างความแตกต่าง สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า จึงมั่นใจว่า LazGame และ LazCoins จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น จะส่งผลให้มีการเติบโตมากกว่าปีที่แล้ว อีกทั้ง 11.11 ถือเป็น The Biggest Sale of the Year จึงต้องเล่นใหญ่กว่าแคมเปญอื่นๆ โดยเฉพาะไตรมาสนี้มีทั้ง 11.11 และ 12.12 จึงทำให้ยอดขายในไตรมาสนี้เติบโตมากกว่าไตรมาสอื่นๆ
“แคมเปญ 11.11 ยังคงมีเสน่ห์เพราะถือเป็น Signature ของลาซาด้า ที่ช่วยสร้างความจดจำให้ลูกค้าจำลาซาด้าได้ แม้ว่าจะมีการทำ Double Digit Campaign อย่าง 2.2, 3.3, 4.4 หรือ 5.5 ทุกเดือน แต่จะมีแคมเปญที่เป็นเมกะอย่างเดือน 3, 6, 9, 11 และ 12 ถือเป็น Key Campaign ที่ลาซาด้าจะเล่นใหญ่ในแต่ละช่วงเวลา และยังมี Mid Mouth Payday รวมถึงการดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้งานที่แอปพลิเคชันทุกวัน ด้วยสินค้าราคาถูก เช่น สินค้าราคา 9 บาท หรือ LazFlash ซึ่งเป็นดีลพิเศษที่ลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ทุกวันอีกด้วย” มาริสา กล่าว